นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลด้านการเงิน-สาธารณูปการ เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนสู่การเป็นบิ๊กดาต้าของรัฐวิสาหกิจว่า การลงนามครั้งนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้มีคลังข้อมูลด้านการเงิน ทำให้รู้พฤติกรรมของลูกค้า โดยขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 6 เดือน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น ได้มอบให้กระทรวงการคลังจัดทำบิ๊กดาต้าด้านภาษี ข้อมูลแบงก์รัฐ ข้อมูลคนจน โดยให้เชื่อมข้อมูลดังกล่าวไปยังกระทรวงอื่นๆ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการวางนโยบายภาครัฐ นอกจากนี้ขอมอบหมายให้นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร) จะย้ายไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ช่วยทำระบบบิ๊กดาต้าของประเทศเป็นระบบใหญ่ ถ้ามีการเชื่อมระบบข้อมูลข่าวตั้งแต่วันนี้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าคงจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของไทย
ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเร่งจัดทำบิ๊กดาต้าของกระทรวงการคลังให้จบภายใน 6 เดือน ส่วนจะสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับกระทรวงอื่นได้เมื่อไหร่นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนั้นสามารถที่จะจัดทำระบบเรียบร้อยหรือยัง เรื่องนี้ สศช.เป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินการ ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลัง จัดทำบิ๊กดาต้าด้วยการเชื่อมระบบภาษี 3 กรมแล้ว เพื่อขยายฐานภาษีให้มากขึ้น นอกจากนี้ จัดทำข้อมูลคนจนทำให้รู้ว่าใช้จ่ายอย่างไร สินค้าชนิดใดซื้อมากบอกถึงความจำเป็นที่เขาต้องการ ทำให้สามารถออกนโยบายได้ตรงจุด โดยคาดว่าข้อมูลดังกล่าวจะนำไปต่อยอดกับมาตรการออกมาในเฟส 3 และ 4 ต่อปี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลด้านการเงิน-สาธารณูปการ เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนสู่การเป็นบิ๊กดาต้าของรัฐวิสาหกิจนี้ทั้ง 13 แห่ง ทำให้แบงก์รัฐพิจารณาสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากสาธารณูปการ และขณะเดียวกันรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้า-ประปา สามารถพัฒนาบริการประชาชนให้ได้ดียิ่งขึ้นจากข้อมูลของเอสเอ็มอี ซึ่ง สคร.ร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ในการนำข้อมูลที่ได้นั้นมาวิเคราะห์ ออกแบบนโยบายเพื่อตอบโจทย์การช่วยเหลือเอสเอ็มอีทำให้สามารถขอสินเชื่อ ผ่อนชำระ หรือปรับโครงสร้างหนี้ผ่านทางมือถือ สนับสนุนเอสเอ็มอีสร้างต่อยอดธุรกิจ และมีระบบอีคอมเมิร์ซในการซื้อขายสินค้าเอสเอ็มอี ภาครัฐสามารถจัดหลักสูตรอบรมที่สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการของเอสเอ็มอี
นายเอกนิติกล่าวต่อว่า การลงนามครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ฉบับ คือ สคร. และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด อีกฉบับคือ 9 แบงก์รัฐ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม กับรัฐวิสาหกิจกลุ่มสาธารณูปการ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค

