เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในที่จังหวัดสกลนคร โดยในช่วงเช้าได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน มีนายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับและนายเกรียงไกร กุลจิตติบวร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน บรรยายสรุปภาพรวมของการดำเนินงานโครงการฯ
สำหรับเขื่อนน้ำอูน เป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำอูน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 54 กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2510 ตัวเขื่อนสร้างเสร็จ พ.ศ. 2516 งานระบบส่งน้ำเสร็จ พ.ศ. 2524 ตัวเขื่อนน้ำอูน มีความสูง 29.50 เมตร สันเขื่อนยาว 3.3 กิโลเมตร เก็บกักน้ำได้ 520 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลูกในฤดูฝน 192,999 และในฤดูแล้ง 53,648 ไร่ นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำอูนอีกด้วย
ปัจจุบันมีองค์กรผู้ใช้น้ำ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้น้ำ (พื้นฐาน) 807 กลุ่ม กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน 29 กลุ่ม และสหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทาน 2 กลุ่ม
โดยจัดการประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทาน ปีละ 2 ครั้ง ก่อนฤดูการเพาะปลูกฤดูฝนและฤดูแล้ง

หลังจากเข้ารับฟังบรรยายสรุปเสร็จแล้ว ดร.วิวัฒน์ได้ลงพื้นที่ไปพบปะกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนน้ำอูน เพื่อรับทราบปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการก่อสร้างเขื่อนเมื่อปี 2510 กรมชลประทาน ได้จ่ายค่าทดแทนทรัพย์สิน ทั้งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ ให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจำนวน 3,351 แปลง ครบถ้วนแล้ว พร้อมกันนี้ได้มีการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ โดยกรมประชาสงเคราะห์ (เดิม) จำนวน 2,285 ราย แต่การจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ 15 ไร่ (ทำกิน 13 + ที่อยู่ 2 ไร่) ทดแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเขตน้ำท่วม กรมประชาสงเคราะห์ไม่สามารถจัดสรรที่ดินให้ได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบให้ สปก. พิจารณาที่ดินมาจัดสรรให้ พร้อมกับมอบหมายให้กรมชลประทานเสนอ ครม. ขออนุมัติหลักการจ่ายเงินชดเชย ไร่ละ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งต่อมา ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547 จ่ายเงินชดเชย ไร่ละ 10,000 บาท
ครั้งที่ 1 มติครม. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2547 จำนวน 894 ราย เป็นเงิน 134,000,000 บาท
ครั้งที่ 2 มติครม. วันที่ 26 สิงหาคม 2551 จำนวน 888 ราย เป็นเงิน 132,200,000 บาท
ครั้งที่ 3 มติครม. วันที่ 2 ธันวาคม 2551 จำนวน 179 ราย เป็นเงิน 26,850,000 บาท
ครั้งที่ 4 มติครม. วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 จำนวน 324 ราย เป็นเงิน 46,600,000 บาท
ราษฎรได้รับเงินแล้วทั้งสิ้น จำนวน 2,285 ราย เป็นเงิน 342,750,000 บาท
ปัจจุบันได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาคราชการและผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดโดยมี ผวจ.สกลนคร เป็นประธานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 และมีการประชุม 3 ครั้ง คือ วันที่ 4 เมษายน 2560 , 17 พฤศจิกายน 2560 และ 24 พฤศจิกายน 2560 โดยผู้แทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ มีข้อเสนอ 5 ข้อต่อคณะอนุกรรมการ และอยู่ระหว่างการพิจารณา





