นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) กล่าวว่า ช่วง 4 เดือนของปีนี้(มกราคม-เมษายน 2561) ยอดการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(ร.ง.4) และขยายกิจการมีจำนวน 1,573 โรงงาน เพิ่มขึ้น 1.09% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอยู่ 1,556 โรงงาน แต่มูลค่าการลงทุน 9.21 หมื่นล้านบาท ลดลง 24.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.22 แสนล้านบาท โดยยอดขอใบอนุญาต ร.ง.4 ที่เพิ่มขึ้นแต่มูลค่าลดลงเนื่องจากเป็นการลงทุนของกิจการขนาดเล็กเป็นหลัก
ทั้งนี้เมื่อแยกประเภทการลงทุน พบว่า กิจการที่เปิดใหม่จำนวน1,295 โรงงาน เพิ่มขึ้น 2.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอยู่ 1,258 โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 5.55 หมื่นล้านบาท ลดลง 11.62% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 6.28 หมื่นล้านบาท ส่วนการขยายกิจการมีจำนวน 278 โรงงาน ลดลง 6.71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 298โรงงาน ขณะที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 3.65 หมื่นล้านบาท ลดลง 38.55% เมื่อเทียบกับข่วงเดียวกันของปีก่อน 5.94 หมื่นล้านบาท ส่วนอุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดในช่วง 4 เดือนแรก ได้แก่ อาหาร 1.53 หมื่นล้านบาท อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง 9,940 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์โลหะ 5,960 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์จากพืช 5,560 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์พลาสติก 5,240 ล้านบาท
นายมงคลกล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอสเคิร์ฟ)ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ว่า ช่วง 4 เดือนแรกมีการขอการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการของเอสเคิร์ฟรวม 424 โรงงาน ลดลง 8.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอยู่ 464 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 3.33 หมื่นล้านบาท ลดลง 16.75% จากช่วงเดียวกันของปีทก่อนที่มีอยู่ 4 หมื่นล้านบาท มีการจ้างงาน 2.31 หมื่นคน ลดลง 31.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 3.39 หมื่นคน โดย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใหม่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ แปรรูปอาหาร มูลค่าการลงทุน 2.13 หมื่นล้านบาท อิเล็กทรอนิกส์ มูลค่าการลงทุน 6,120 พันล้านบาท และยานยนต์มูลค่าการลงทุน 2,660 ล้านบาท

