ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม สำนักงาน กสทช. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจร้านขายกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต Internet TV Box และ Android Box ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อรับชมรายการหรือภาพยนตร์ เนื่องจากปัจจุบัน Android Box ได้รับความนิยมจากประชาชนจำนวนมาก และมีกล่องบางยี่ห้อที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงาน กสทช. ถือเป็นส่วนหนึ่งในการกวดขันสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในการรับชมรายการโทรทัศน์ ซึ่งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยโทษของผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ได้ออกตรวจสอบตามแผนปฏิบัติการ ณ แหล่งจำหน่ายกล่องหรืออุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ เช่น บ้านหม้อ อาคารฟอร์จูนทาวน์ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ และศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งจำหน่ายกล่องรับสัญญาณฯ สรุปผลการดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2557- 31 มีนาคม 2561 พบของกลาง 14,245 เครื่อง ดำเนินคดี 15 ราย แบ่งเป็นของกลางในปี 2561 มากที่สุด 12,011 เครื่อง ดำเนินคดี 3 ราย รองลงมาคือปี 2557 ของกลาง 1,649 เครื่อง ดำเนินคดี 3 ราย ส่วนปี 2559 ของกลาง 299 เครื่อง ดำเนินคดี 6 ราย และปี 2560 ของกลาง 286 เครื่อง ดำเนินคดี 3 ราย
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการซื้อ Android Box หรือกล่องรับสัญญาณต่างๆ สามารถตรวจสอบยี่ห้อที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. ผ่านเว็บไซต์ https://broadcast.nbtc.go.th/home/ เลือกแถบ กิจการโทรทัศน์ จากนั้นเลือกแถบ เครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ในกิจการโทรทัศน์ และเลือกกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ขณะที่ แผนการดำเนินงานต่อไปของสำนักงาน กสทช. จะมีการทำความเข้าใจแก่ผู้ให้บริการร้านค้าออนไลน์ เช่น lazada, pantip market, shopee และ Kaidee เป็นต้น ให้มีการตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกาศจำหน่ายสินค้า และหากจะจำหน่ายอุปกรณ์หรือกล่องรับสัญญาณฯ จะต้องได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน กสทช. เท่านั้น จึงจะสามารถจำหน่ายได้ ซึ่งได้มีการประสานกับร้านค้าต่างๆ ให้ตรวจสอบในเบื้องต้นไปบ้างแล้ว

