หน้าแรก เศรษฐกิจ เกณฑ์ประมูลคล...

เกณฑ์ประมูลคลื่น1800 ประกาศราชกิจจาฯแล้ว-ดีแทคน้อมรับ

8.05.18 | 15:59 น.
ภาพกราฟิกลิขสิทธิ์ของ "มติชนออนไลน์"

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ราชกิจจานุเบกษา ลงเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1740-1785/1835-1880 เมกะเฮิรตซ์

โดยระบุว่า สำหรับคลื่นความถี่ที่จะนำออกมาประมูลครั้งนี้อยู่ในช่วง 1740-1785 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 1835-18820 เมกะเฮิรตซ์ มีขนาดความกว้างแถบคลื่นความถี่ (bandwidth) รวมทั้งสิ้น 2 x 45 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งเป็นคลื่นความถี่จำนวนสามชุด ๆ ละ 2 x 15 เมกะเฮิรตซ์ ดังนี้

ชุดที่ 1 ช่วงความถี่วิทยุ 1740-1755 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 1835-1850 เมกะเฮิรตซ์
ชุดที่ 2 ช่วงความถี่วิทยุ 1755-1770 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 1850-1865 เมกะเฮิรตซ์
ชุดที่สาม ช่วงความถี่วิทยุ 1770-1785 เมกะเฮิรตซ์ คู่กับ 1865-1880 เมกะเฮิรตซ์

โดยผู้ขอรับใบอนุญาตแต่ละรายมีสิทธิยื่นประมูลคลื่นความถี่ได้ไม่เกิน 1 ชุดคลื่นความถี่ หรือ 2 x 15 เมกะเฮิรตซ์ เท่านั้น และต้องชำระค่าพิจารณาคำขอใบอนุญาตในอัตรา 5 แสนบาท และวางหลักประกันการประมูลเป็นเช็คจากสถาบันการเงินประเภทธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 ที่สั่งจ่ายสำนักงานฯ ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้น

เมื่อชนะการประมูลแล้วจะต้องชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ตามราคาการประมูลสูงสุดของผู้ชนะการประมูลแต่ละราย โดยแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด ดังนี้

Advertisement

งวดที่ 1 ชำระเงินประมูลคลื่นความถี่เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของราคาการประมูลสูงสุด พร้อมหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินประเภทธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 เพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือ ภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล

งวดที่ 2 ชำระเงินประมูลคลื่นความถี่เป็นจำนวนร้อยละยี่สิบห้าของราคาการประมูลสูงสุด พร้อมหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินประเภทธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ.2551 เพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่งวดที่ 3 ภายใน 15 วันเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยสำนักงานฯ จะคืนหนังสือค้ำประกันที่ได้นำส่งในงวดที่ 1 ภายใน 15 วันนับจากวันที่ผู้รับใบอนุญาตชำระเงินประมูลคลื่นความถี่งวดที่ 2

งวดที่ 3 ชำระเงินประมูลคลื่นความถี่เป็นจำนวนร้อยละ 25 ของราคาการประมูลสูงสุดภายใน 15 วันเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยสำนักงานฯ จะคืนหนังสือค้ำประกันที่ได้นำส่งในงวดที่ 2 ภายใน 15 วันนับจากวันที่ผู้รับใบอนุญาตชำระเงินประมูลคลื่นความถี่งวดที่ 3

กรณีผู้ชนะการประมูลไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขก่อนรับใบอนุญาตให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าผู้ชนะการประมูลสละสิทธิ์ที่จะได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ คณะกรรมการฯ จะดำเนินการริบหลักประกันการประมูล และผู้ชนะการประมูลรายดังกล่าวต้องชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 5,620 ล้านบาท

กรณีผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ตามประกาศนี้เป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ หรือผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 อยู่แล้ว ให้มีระยะเวลาการอนุญาตเฉพาะบริการโทรคมนาคมที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้ตามขอบเขตที่ได้รับอนุญาตจนถึงวันที่ 15 กันยายน 2576

ผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนเลิกกิจการตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด และจะต้องส่งแผนการบริหารจัดการผู้ใช้บริการเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนระยะเวลาการอนุญาตสิ้นสุดลง

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคได้รับทราบตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้ลงประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สําหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1740 – 1785/1835 – 1880 เมกะเฮิรตซ์ แต่เป็นที่น่าห่วงคือ กฎเกณฑ์ที่นำมาประกาศไม่ได้สอดคล้องกับมุมมองที่ดีแทครวมถึงข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่ปรึกษาและองค์ระหว่างประเทศได้นำเสนอ ทั้งนี้ ดีแทคจะรอการประกาศเชิญชวนและเผยแพร่เอกสารชี้ชวนการลงทุน (IM) อย่างเป็นทางการ เพื่อนำมาศึกษาในรายละเอียดตามขั้นตอนต่อไป