หน้าแรก เศรษฐกิจ กก.ไซเบอร์ เห...

กก.ไซเบอร์ เห็นชอบแผนความมั่นคงคุม 6 กลุ่ม(ชมคลิป)

9.05.18 | 16:32 น.

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แถลงภายหลังการประชุม คณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2561 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติโดยมุ่งเน้นการรักษาพื้นฐานสารสนเทศ 6 ด้าน

คือ 1.กลุ่มความมั่นคงและบริการภาครัฐที่สำคัญ (กำกับโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ กระทรวงกลาโหม)2.กลุ่มการเงิน (กำกับโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)3.กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม (กำกับโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)4.กลุ่มการขนส่งและโลจิสติกส์ (กำกับโดย กระทรวงคมนาคม)5.กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค (กำกับโดย กระทรวงพลังงาน และกระทรวงมหาดไทย)และ 6.กลุ่มสาธารณสุข (กำกับโดย กระทรวงสาธารณสุข)

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแนวปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมุ่งดูแลเครือข่ายและประชาชน และเห็นชอบแนวทางการผลิตบุคลากรด้านความมั่นคงไซเบอร์จำนวน 1,000 คน ครอบคลุมผู้เชี่ยวชาญระดับสูงถึงระดับปฏิบัติการซึ่งที่ประชุมได้รับทราบการที่ประเทศไทยจะเป็นที่ตั้งของศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

“ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณมิถุนายนนี้ ซึ่งกระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)(สพธอ.) หรือเอ็ตด้า เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง”โดยศูนย์นี้ตั้งอยู่ที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 21 อาคารเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส กรุงเทพฯ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นด้านงบประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะ 5 ปี และองค์ความรู้ต่างๆ ทำให้สามารถดำเนินการฝึกอบรมให้แก่สมาชิกอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการเอ็ตด้า เปิดเผยว่า จะเริ่มต้นจัดฝึกอบรมสำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของอาเซียนก่อน ทุก 2 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง โดยหลักสูตรที่ใช้มี 3 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรที่เน้นการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ 2.หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลจากการโจมตีทางไซเบอร์ และ 3.หลักสูตรการวิเคราะห์มัลแวร์ประเภทต่างๆ

“ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่นนี้ จะสามารถพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งระดับมืออาชีพและคนรุ่นใหม่ให้แก่ 10 ประเทศอาเซียนได้มากกว่า 700 คน ใน 5 ปี” นางสุรางคณากล่าว