นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้ประกอบการเม็ดพลาสติก เส้นใยและเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ ธุรกิจพลาสติก และธุรกิจด้ายจากขนสัตว์ เปิดเผยในงานพบนักลงทุนว่า ความต้องการใช้โพลีเอสเตอร์เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันความต้องการใช้พีอีทีก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเติบโตขึ้น 6% จากปัจจัยหนุนของสภาพตลาดในเอเชีย อย่างประเทศจีนเอง มีความต้องการวัตถุดิบตั้งต้นที่สูงขึ้นเช่นกัน จากมาตรการห้ามนำเข้าขยะในจีน ประกอบกับการที่บริษัทเข้าซื้อกิจการพีอีทีในบราซิล ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 5.5 แสนตัน การเข้าร่วมกิจการร่วมทุนในสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตพีทีเอและพีอีที และสร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาวให้กับธุรกิจในทวีปอเมริกา และการเข้าซื้อกิจการ DuPont Tejin Films จะช่วยเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงคาดว่าจะทำให้ผลประกอบการเป็นไปตามเป้าที่วางไว้
นายอาลกกล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ที่ผ่านมา กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (อีบิดด้า) อยู่ที่ 344 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 175 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 95 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,426 ล้านบาท

