นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รายได้ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ บริษัทฯ มีการรับรู้ผลการดำเนินงานจากการจำหน่ายไฟของบริษัทฯ และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทย่อย โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายไฟฟ้าประมาณ 802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 2560 สาเหตุจากสภาวะอากาศในประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ขณะที่ในประเทศญี่ปุ่นสภาพอากาศมีหิมะตกจำนวนมากและยาวนานกว่าปกติ ประกอบกับความผันผวนของเงินสกุลบาทเทียบกับเงินสกุลเยนส่งผลให้การรับรู้รายได้จากการขายไฟของประเทศญี่ปุ่นเติบโตอย่างจำกัด
นายบัณฑิต กล่าวว่า สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศฟิลิปปินส์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซีย มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเป็นจำนวน 69 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนรายการพิเศษและอัตราแลกเปลี่ยนคิดเป็นเงินประมาณ 364 ล้านบาท ลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่สูงขึ้น 84.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2560
นายบัณฑิต กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2561 บริษัทฯ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งสิ้น 13 ล้านบาท ทำให้ผลกำไรสุทธิหลังขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ 351 ล้านบาท ผลจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินเยน ส่งผลให้การแปลงค่าหนี้ที่เป็นเงินตราสกุลเงินเยนเป็นสกุลเงินบาทมีจำนวนเพิ่มขึ้น และ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2561 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 32,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% เทียบกับสิ้นปี 2560 สำหรับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 17,032 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจผลการดำเนินงานปี 2561 จะเติบโตต่อเนื่องทั้งจากธุรกิจปัจจุบัน (organic growth) เช่น การเติบโตจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น การร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจจากหลายภาคส่วน การร่วมพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานกับโครงการที่บริษัทฯ เข้าร่วมลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเชีย และการเติบโตจากการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุน (inorganic growth) รวมถึงจากการลงทุนใหม่ (new investment) โดยการเติบโตจากการเข้าซื้อกิจการ การร่วมทุน หรือการลงทุนใหม่นั้น บริษัทฯให้ความสนใจในธุรกิจพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบที่มีศักยภาพในการเติบโตและสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของบริษัท เช่น พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวลหรือชีวภาพ ฯลฯ เป็นต้น
นายบัณฑิต กล่าวว่า นอกจากนี้ บีซีพีจีกำลังมุ่งสู่การทำธุรกิจกับผู้บริโภคโดยตรง (retail) ควบคู่กับการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบดั้งเดิมที่มีการนำส่งไฟฟ้าที่ขายได้เข้าสู่ระบบสายส่งของรัฐหรือการไฟฟ้าในระดับท้องถิ่น (wholesale)

