นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(เอสอีเอ) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯ ได้ยกร่างข้อกำหนดการศึกษาฯ เสร็จแล้ว เตรียมว่าจ้างที่ปรึกษาที่คาดว่าจะรู้ผลภายใน 1-2 เดือนเพื่อศึกษา เอสอีเอให้ครอบคลุมทุกทางเลือกการพัฒนา สามารถตอบคำถามต่อภาคประชาชนและผู้เกี่ยวข้องและใช้ประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐานการยอมรับของประชาชน คาดใช้งบดำเนินการประมาณ 50 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า
“ข้อกำหนดการศึกษาฯ จะเปิดกว้างต่อทุกกลุ่มที่สนใจในการจัดทำข้อเสนอโครงการ กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานให้ศึกษาแล้วเสร็จภายใน 9 เดือน นับจากวันที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้เริ่มงาน โดย 5 เดือนแรกนับจากได้ที่ปรึกษาจะต้องนำเสนอผลการศึกษาเรื่องผลวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ภาคใต้ว่าควรมีโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ หากจะมีพื้นที่ใดบ้างที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ตลอดจนผลวิเคราะห์ทางเลือกอื่น ในการพัฒนาพลังงานในพื้นที่ภาคใต้ในกรณีที่หากไม่มีพื้นที่ที่จะสามารถพัฒนาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ เพื่อเสนอรัฐบาลต่อไป”นายดนุชากล่าว

