“คต.” ย้ำให้โอกาสรายเล็กประมูลข้าว เพิ่มการแข่งขัน

15.05.18 | 17:03 น.

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการทยอยข้าวในสต็อกของรัฐแล้ว 14.84 ล้านตัน คงเหลือข้าวที่รอการระบายประมาณกว่า 2 ล้านตัน คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จึงเห็นชอบแนวทางการระบายข้าวคงเหลือในสต็อกของรัฐเข้าสู่ช่องทางที่เหมาะสมกับสภาพข้าวเพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของรัฐ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตลาดราคาข้าวและธัญพืชอื่นที่เกษตรกรได้รับ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 การระบายทั่วไปเพื่อการบริโภค กลุ่มที่ 2 การระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน และกลุ่มที่ 3 การระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์


“ยอดส่งออกข้าวล่าสุดตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 มีปริมาณ 3.987 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.3% คิดเป็นมูลค่า 63,000 ล้านบาท หรือประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 23.08% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสำหรับการเปิดประมูลข้าวกลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 จะประกาศเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ จากนั้นจะเปิดยื่นซองเอกสาร ตรวจคุณสมบัติผู้เสนอชื่อ และคาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ที่ชนะการประมูลได้ในวันที่ 29 มิถุนายน 2561 และเสนอให้คณะกรรมการนบข.ให้ความเห็นชอบในลำดับต่อไป”

นายอดุลย์กล่าวว่า สำหรับข้าวกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 ผู้ซื้อจะต้องนำข้าวที่ประมูลได้ไปใช้ในอุตสาหกรรมตามหนังสือรับรองตนเองที่ยื่นไว้กับกรมการค้าต่างประเทศโดยเคร่งครัด หากผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข มีการนำข้าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากคณะกรรมการนบข. ได้ให้ความสำคัญกับการระบายข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำสัญญาซื้อขายข้าว การขนย้ายข้าว และนำข้าวไปใช้ในกระบวนการผลิตตามที่ผู้ซื้อมีหนังสือรับรองไว้ โดยมีกลไกในการกำกับดูแลไม่ให้เกิดการรั่วไหลสู่การบริโภคของคน โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กำกับดูแลการนำข้าวไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์

นายอดุลย์กล่าวว่า ได้กำหนดเงื่อนไขและบทลงโทษในสัญญาซื้อขายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ชัดเจนรัดกุมในทุกกระบวนการ โดยเฉพาะการแปรรูปเข้าสู่อุตสาหกรรม หากผู้เสนอซื้อไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา รวมทั้งขยายขอบเขตความรับผิดชอบของสัญญาให้ครอบคลุมผู้ซื้อทุกทอด รวมถึงมอบหมายให้คณะทำงานระดับจังหวัดดำเนินการตรวจสอบการนำข้าวไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทนเป็นประธานคณะทำงาน

Advertisement

นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงปัญหาการประมูลข้าวในสต็อกของรัฐที่ไม่ใช่การบริโภค โดยการนำข้าวไปใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ว่า ขณะนี้มีบริษัทที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี 1 ราย และอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบอีก 1 ราย ซึ่งทางอคส.และอ.ต.ก.ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง กำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

“กระแสข่าวเรื่องบริษัทขนาดเล็กประมูลไปได้เป็นจำนวนมากนั้น ขอย้ำอีกครั้งหลังเคยชี้แจงไปแล้วว่า กรมการค้าต่างประเทศมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นตามทีโออาร์ และเปิดกว้างให้กับแวลูเชนสามารถเข้าร่วมประมูลได้ หากตีกรอบว่าให้เข้าร่วมประมูลเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจอาหารสัตว์เท่านั้น โอกาสในการแข่งขันจะมีน้อย เพราะฉะนั้นจึงเปิดโอกาสผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายเล็กและรายใหญ่เข้าร่วมประมูลได้ เพียงแต่ว่าผู้ซื้อต้องนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์” นายกีรติกล่าว