นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู เปิดเผยว่า ไตรมาส 1 ปี 2561 ทรู ขาดทุนสุทธิ 387 ล้านบาท เป็นการขาดทุนที่ลดจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 20% ที่ขาดทุนถึง 1,152 ล้านบาท รายได้รวม ทรูมูฟ เอช เพิ่ม 10% ทะลุ 1.8 หมื่นล้านบาท โตแซงหน้าตลาด ขณะที่ฐานลูกค้าเพิ่ม 4.12 แสนราย รวมเป็น 27.63 ล้านราย ทรูออนไลน์ ฐานลูกค้า 3.3 ล้านราย เพิ่ม 1.15 แสนราย รายได้โต 15.2%
ทั้งนี้ รายได้จากทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์ อินเตอร์เน็ตของกลุ่มที่ยังคงเติบโตเหนือกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม นอกเหนือจากศักยภาพโครงข่าย 4จี และไฟเบอร์บรอดแบนด์ของกลุ่มทรูที่ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว กลุ่มทรู ยังมุ่งพัฒนาระบบนิเวศที่ครบวงจรและครอบคลุมทั่วประเทศ สำหรับการให้บริการอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) และเข้าร่วมโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ Southeast Asia – Japan 2 consortium ซึ่งจะเพิ่มความแข็งแกร่งด้านการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบสื่อสารระหว่างประเทศ ทั้งสำหรับกลุ่มทรูและประเทศไทย รองรับการใช้แบนด์วิธขนาดใหญ่ อาทิ การใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่ง ปัญญาประดิษฐ์ ระบบคลาวด์ การวิเคราะห์ข้อมูล หุ่นยนต์ และไอโอที
นายกิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานด้านการเงินที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสแรกที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการนำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพสูง สร้างคุณค่าและครอบคลุมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค ทำให้รายได้และฐานลูกค้าของกลุ่มเติบโตขึ้นด้วย ทั้งนี้ คาดว่าผลประกอบการน่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอยู่ในสถานะที่จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ทั้งในส่วนขององค์กรและการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค
“ การเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งด้านฐานลูกค้าและรายได้ของทรูมูฟ เอช ยืนยันความแข็งแกร่งของเครือข่าย มูลค่าแบรนด์และแคมเปญด้านการตลาดที่ประสบความสำเร็จตามคาดหมาย ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสแรก ส่วนแบ่งตลาดรายได้และฐานลูกค้าของทรูมูฟ เอช เพิ่มขึ้นเป็น 27.6% และ 30.9% ตามลำดับ” นายกิตติณัฐ กล่าว
ขณะที่รายได้บรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตของทรูออนไลน์โต 15.2% จากไตรมาสแรกปีก่อนหน้า เป็น 6.3 พันล้านบาท มีฐานลูกค้ารวม 3.3 ล้านราย เพิ่มขึ้นสุทธิ 1.15 แสนราย รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) เพิ่มเป็น 618 บาท และสำหรับทรูวิชั่นส์ มีรายได้เพิ่ม 4% จากไตรมาสก่อนหน้าเป็น 3.1 พันล้านบาท มีฐานลูกค้ารวมราว 4 ล้านราย โดยจะยังคงเน้นใช้คอนเทนต์คุณภาพ ตั้งแต่ระดับแมสถึงพรีเมี่ยมขยายฐานลูกค้าบนระบบค่าบริการสมาชิกเป็นหลัก

