หน้าแรก เศรษฐกิจ มติดีอี ตั้งก...

มติดีอี ตั้งกก.ไซเบอร์ ลุยแผนความมั่นคงคุม 6 กลุ่ม

16.05.18 | 15:31 น.

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะเตรียมการด้านการรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2561 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ.2560 ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการจัดทำนโยบาย แผนระดับชาติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ตลอดจนการเตรียมการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ


โดยในที่ประชุมได้เสนอ 4 เรื่องให้พิจารณา คือ 1.กรอบแนวคิดนโยบายและแผนระดับชาติ เพื่อปกป้อง รับมือ ป้องกัน และลดความเสี่ยงและความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน 2.แนวทางการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ของประเทศ และแนวปฏิบัติเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินทางความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Standard Operating Procedure: SOP)

3.แนวทางการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระยะเร่งด่วน และ 4.แนวทางการจัดตั้ง Cybersecurity Agency (CSA) ทำหน้าที่หน่วยประสานงานกลางและหน่วยงานเผชิญเหตุด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชั่วคราว เพื่อให้ความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ของชาติอยู่ในระดับมาตรฐานสากล

นายพิเชฐกล่าวว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ คือเตรียมการด้านการพัฒนาและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อม สามารถปกป้อง ป้องกัน และรับมือกับสถานการณ์ ด้านภัยคุกคามไซเบอร์ ตลอดจนเตรียมแผนปฏิบัติการและมาตรการตอบสนองด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง

Advertisement

สำหรับดัชนีความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของไทย เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศนั้น ในปี 2560 สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ได้ทำการสำรวจระดับความเอาจริงเอาจัง ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของแต่ละประเทศ โดยพิจารณาจากมาตรการ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านกฎหมาย ด้านเทคนิค ด้านหน่วยงาน/นโยบาย ด้านการพัฒนาศักยภาพ และด้านความร่วมมือ พบว่า Global Cybersecurity Index (GCI) ของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 22 จาก 194 ประเทศ ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนแล้ว ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันขับเคลื่อนให้ไทยติดใน 20 อันดับแรกของประเทศที่มีความพร้อม

ในเรื่องของยุทธศาสตร์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากในการขับเคลื่อนประเทศ โดยคณะกรรมการชุดนี้ ได้กำหนดแผนงานระยะเร่งด่วน 6 เดือน ระยะ1 ปี และระยะ 2 ปี ที่หน่วยงานจะร่วมกันทำต่อไปใน 8 ด้าน ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 คือ 1.การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ ( CIIP) 2.การสร้างศักยภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินทางความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 3.การบูรณาการการจัดการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ

4.การประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 5.การสร้างความตระหนักและรอบรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 6.การพัฒนากฎหมาย ระเบียบและมาตรฐานเพื่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 7.การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 8.การวิจัยและพัฒนาเพื่อความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

นายพิเชฐกล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ มุ่งเน้นการรักษาพื้นฐานสารสนเทศ 6 ด้าน คือ 1.กลุ่มความมั่นคงและบริการภาครัฐที่สำคัญ โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงกลาโหม 2.กลุ่มการเงิน โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

3.กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) 4.กลุ่มการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยกระทรวงคมนาคม 5.กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค โดย กระทรวงพลังงาน และกระทรวงมหาดไทย และ 6.กลุ่มสาธารณสุข โดยกระทรวงสาธารณสุข)