หน้าแรก เศรษฐกิจ เอ็นอีเอ เผย5...

เอ็นอีเอ เผย5ตลาดศักยภาพของส่งออกไทยครึ่งปีหลัง

17.05.18 | 13:18 น.

นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากภาคการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากภาคการส่งออก โดยปี2560 ไทยส่งออกสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยมูลค่า 236,694 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 8,008,000 ล้านบาท ขยายตัวสูง 9.9% สูงสุดในรอบ 6 ปี โดยขยายตัวได้ดีในเกือบทุกกลุ่มสินค้า ซึ่ง 5 อันดับสินค้าที่มีการส่งออกมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 914,388 ล้านบาท เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 625,121 ล้านบาท อัญมณีและเครื่องประดับ 435,399 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ยาง 346,885 ล้านบาท และเม็ดพลาสติก 292,811 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าการส่งออกขยายตัว 8%


นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (เอ็นอีเอ) กล่าวว่า ตลาดศักยภาพสำหรับผู้ส่งออกไทยปีนี้และช่วงครึ่งปีหลัง คงอยู่ใน 5 กลุ่ม คือ อาเซียน เนื่องจากสินค้าไทยยังคงเป็นที่นิยมและเป็นที่น่าเชื่อถือทั้งในด้านคุณภาพ ราคา และมีภาพลักษณ์ที่ดี จีน เนื่องจากกำลังซื้อและความต้องการของจีนที่มีแนวโน้มขยายตัวดี สหรัฐฯ ได้อานิสงส์จากการลดภาษีทั้งในภาคธุรกิจและครัวเรือน รวมถึงแรงสนับสนุนจากแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของทรัมป์ในระยะต่อไป

ญี่ปุ่น เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องทำให้การส่งออกไปญี่ปุ่นมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่องในปีนี้ ประกอบกับประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้การใช้จ่ายของภาครัฐ และการลงทุนของภาคเอกชน และสหภาพยุโรป เศรษฐกิจเติบโตได้ดีสูงสุดในรอบ 10 ปี จากความกังวลทางการเมืองที่ลดลง มีแนวโน้มฟื้นตัวทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ส่งผลต่อความต้องการสินค้าจากไทย รวมทั้งแผนงานการลงทุนของบริษัท Airbus ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ(อีอีซี)ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ มีส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนทางตรงจากยูโรปโซนสู่ไทย

ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อการส่งออก สถาบันฯได้จัดทำหลักสูตร “Smart Exporter 4.0 Plus” เนื้อหาครอบคลุมองค์ความรู้และทักษะการบริหารจัดการด้านการส่งออกครบวงจร เพื่อนำไปสู่การปรับกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ การให้คำปรึกษาเชิงลึก และการศึกษาดูงานนอกสถานที่ โดยปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเข้มข้นและเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในยุค Thailand 4.0 โดยประกอบด้วย การปรับเปลี่ยนความคิดสู่การเป็นนักการตลาดระหว่างประเทศแบบมืออาชีพ การรื้อฟื้นและรับรู้ทักษะการเป็นนักการตลาดระหว่างประเทศแบบมืออาชีพ การเสริมพื้นฐานสู่ความเป็นมืออาชีพ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การให้คำปรึกษาจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผ่านระบบ Video Conference และ การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการส่งออก และนำคณะเอกชนไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

Advertisement