นายอภิศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท เทพผดุงมะพร้าว จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากทำตลาดมากว่า 42 ปี ทำให้บริษัทต้องปรับตัว ศึกษา และวิเคราะห์ตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าที่ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป โดยเริ่มแผนรุกตลาดเครื่องดื่มรูปแบบกะทิพร้อมดื่มมาสักพัก ได้ผลตอบรับดีมากโดยเฉพาะในต่างประเทศ ปีนี้จึงคิดค้นรสชาติใหม่อีก 3 รส คือรสงาดำ รสมันม่วง และรสเมล่อน ส่วนขนมขบเคี้ยว มะพร้อมอบกรอบ ตรา “ชาวเกาะ” ที่ทดลองทำตลาดได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ปีนี้เตรียมออกรสชาติใหม่ได้แก่ รสซอสศรีราชา ทั้งนี้เน้นทำตลาดส่งออกกว่า 45 ประเทศทั่วโลกเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 80% และตลาดในประเทศมีสัดส่วน 20% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ในปีนี้ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในงาน THAIFEX – World of Food ASIA 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน ที่อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งนอกจากเปิดตัวเครื่องดื่มกะทิ 3 รสชาติใหม่ และมะพร้าวอบกรอบรสใหม่แล้ว จะเปิดตัวสังขยาผงกึ่งสำเร็จรูป 2 รสชาติ คือใบเตย และวนิลา ขณะที่แบรนด์ “แม่พลอย” จะเปิดตัวน้ำจิ้มไก่สูตรไม่มีน้ำตาล และน้ำพริกแกงสูตรมังสวิรัต รวม 6 รสชาติ ได้แก่ น้ำพริกแกงเผ็ดแดง, น้ำพริกแกงเขียวหวาน, น้ำพริกแกงพะแนง, น้ำพริกแกงมัสมั่น, น้ำพริกแกงกะหรี่, เครื่องต้มยำ
นายธีติพันธ์ เทพผดุงพร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า กลุ่มสินค้าขายดี 3 อันดับแรก คือ กะทิสำเร็จรูป น้ำมะพร้าวและน้ำจิ้มไก่ ซึ่งทั้ง 3 สินค้านี้ได้ขยายตลาดในกลุ่มประเทศต่างๆ มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหลักอยู่ในอเมริกา ส่วนในโซนอื่นๆ เช่นยุโรป เอเชีย และโอเชียเนียยังมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากดีมานด์ของการบริโภคยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี หากมองสัดส่วนของการส่งออกจะอยู่ที่อเมริกา-แคนาดา ประมาณ 55% ยุโรป 13% โอเชียเนีย 16% ส่วนในเอเชียและที่อื่นๆ อีกประมาณ 15%
“ชาวเกาะ และแม่พลอย ยังเน้นการทำตลาดออฟไลน์ คิดเป็น 70% และทำตลาดออนไลน์ 30% อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาได้ใช้สื่อออนไลน์ช่วยโปรโมทกิจกรรมทางการตลาด และเปิดช่องทางการขายบนออนไลน์ด้วย รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่” นายธีติพันธ์ กล่าวและว่า ปัจจุบันตลาดมีการแข่งขันค่อนข้างสูงจากที่มีแบรนด์ใหม่ๆเข้ามาทำตลาด แต่บริษัทเน้นการควบคุมคุณภาพสินค้าในการผลิตทุกขั้นตอน จึงลงทุนกว่า 50 ล้านบาทขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงเครื่องจักร รวมถึงขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าใหม่เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งออกและรองรับการขยายตัวของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

