ภายหลัง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 หรือ พ.ร.บ.อีอีซี ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ไม่เพียงสร้างความโล่งใจกับรัฐที่ดันนโยบายสำเร็จ แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับเอกชนว่า นโยบายนี้จะยังเดินหน้าแม้เปลี่ยนรัฐบาล
ขั้นตอนหลังจากนี้คือปรับเปลี่ยนคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) ชุดใหม่ ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.การรับสมัครเลขาธิการ กนศ.คนใหม่ ส่วนชื่อเลขาธิการ กนศ.จะยังเป็น นายคณิศ แสงสุพรรณ หรือไม่ต้องดูกันต่อไป นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงสร้างใหม่ตาม พ.ร.บ.อีอีซี จะทำให้คณะกรรมการบริหารอีอีซี ที่มี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานต้องยุบลงเพื่อรอให้ กนศ.ชุดใหม่พิจารณาว่าจะตั้งกรรมการบริหารอีอีซีขึ้นมาพิจารณาโครงการก่อนเข้าสู่ กนศ.หรือไม่
อีกสิ่งที่เอกชนรวมทั้งประชาชนอย่างเราๆ เฝ้าติดตามคือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการว่าจะสามารถประกาศขอบเขตการประมูล (ทีโออาร์) และได้ผู้ลงทุนในปี 2562 แน่นอนหรือไม่ หลังจากเลื่อนมาพอสมควร หากโครงสร้างพื้นฐานล่าช้าทัพลงทุนหลายแสนล้านอาจโดนประเทศคู่แข่งดูดไปแทน แม้คำขอลงทุนในอีอีซีจะเพิ่มขึ้นมากแต่ก็ยังต้องลุ้นอยู่ดีว่าท้ายที่สุดจะเลือกลงทุนในไทยจริงหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีอีกประเด็นที่รัฐบาลจะละเลยไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือการสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจเข้าถึงนโยบายอีอีซี ที่พบว่า กนศ.มีความพยายามลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดแต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะภาพรวมการประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กนศ.แม้ดูสวยหรูแต่ในเนื้องานยังล้มลุกคลุกคลานอย่างมาก หลายประเด็นไม่สามารถสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ล่าสุดมีการแต่งเพลงให้เข้าถึงชาวบ้าน นำนางเอกสาวชั้นนำมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ชาวบ้านตาสีตาสาก็ยังงงว่าสรุปแล้วอีอีซีคืออะไร
รีบปรับทัพประชาสัมพันธ์เถอะ ถ้าอีอีซีคือโอกาสของประเทศจริงๆ

