หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีป้า จับมือ ...

ดีป้า จับมือ ธ.ก.ส. พัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับชุมชน มุ่งลดความเลื่อมล้ำ

22.05.18 | 20:21 น.

นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยในพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในอีก 20 ปี ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทุกภาคส่วนและโดยเฉพาะการเข้ามาช่วยยกระดับชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งในแง่การเข้าถึงข้อมูล การสร้างความสะดวกสบาย ซึ่งที่ผ่านมา ดีป้า มีความพยายามนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อยกระดับสังคมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาโครงการด้านการเกษตรแนวใหม่ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน การพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจ ในลักษณะการทำงานขยายผลไปในส่วนภูมิภาค เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวเฉพาะในกรุงเทพมหานคร


“การขับเคลื่อนชุมชนด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลจากวันนี้ถึง 20 ปีข้างหน้า เราคงไม่ได้มองแค่ฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์ แต่รวมไปถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยการเดินหน้าพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศชุมชนเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ด้วยการบริหารข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นเพื่อการใช้งาน ด้านการเกษตร ด้านการแปรรูป ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเกิดประโยชน์และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว” นายณัฐพล กล่าว

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ธนาคารเพื่อการเกษตร (ธกส.) เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล เพื่อนำมาสร้างแอปพลิเคชั่น สำหรับพัฒนาฐานข้อมูลชุมชนแล้ว จำนวน 10 ชุมชน ได้แก่ 1.ชุมชนบ้านหนองน้ำขุ่น จ.ระยอง 2.ชุมชนบ้านหัวลำพู อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา 3.ชุมชนบ้านคลองแขวงกลั่น อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 4.ชุมชนบ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี 5.ชุมชนบ้านคลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี 6.ศูนย์เรียนรู้วิถีโหนดนาเลชุมชนบ้านท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา 7.ชุมชนบ้านโคกเมือง ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา 8.ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ สมุทรสงคราม 9.ชุมชนบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี และ 10.ศูนย์เรียนรู้บ้านหนองน้ำขุ่น ต.วังหว้า อ.แกลง จ.ระยอง

“คาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถเป็นต้นแบบสำหรับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนอื่น ๆ ในการบูรณาการแผนงานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือ ชุมชน องค์กรชุมชน และผู้ประกอบการในชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม” นายอภิรมย์ กล่าว

Advertisement