หน้าแรก เศรษฐกิจ  “คีรี”ลั่นพร...

 “คีรี”ลั่นพร้อมเข้าประมูลทุกโครงการรัฐ มั่นใจรายได้บีทีเอสโต25%

23.05.18 | 15:53 น.

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของบีทีเอสกรุ๊ปมีความแข็งแกร่งทุกด้าน โดยธุรกิจหลักคือการพัฒนาด้านระบบขนส่งและระบบราง รวมทั้งมีธุรกิจแพลตฟอร์มสื่อโฆษณาและบริการด้านข้อมูล โดย บริษัท วีจีไอโกลบอลมีเดีย จำกัด (มหาชน) ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในส่วนธุรกิจสำนักงานเช่าและโรงแรมพัฒนาโดยบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งบีทีเอสกรุ๊ป จะมีการทยอยโอนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ให้ยูซิตี้บริหาร และร่วมทุ่นกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) พัฒนาที่อยู่อาศัย โดยในระยะ 5 ปีนี้ บีทีเอสกรุ๊ปจะมีผลการดำเนินงานเติบโตเฉลี่ยปีละ 25%


นายคีรี กล่าวว่า บีทีเอสกรุ๊ป มีความพร้อมทั้งด้านการเงิน ประสบการณ์การทำงานและเทคนิคด้านการก่อสร้าง ที่จะเข้าประมูลโครงการภาครัฐที่จะออกมา ทั้งในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน คือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา มูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท โดยจะเข้าประมูลโดย กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ที่บีทีเอสกรุ๊ป ร่วมกับ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) คาดว่าทีโออาร์จะออกมาภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งนอกจากโครงการนี้แล้ว หากรัฐบาลมีแผนงานที่จะพัฒนาโครงการระบบรางอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบรางทั้ง สถานีกลางบางซื่อ และพื้นที่มักกะสัน เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นทั้องสองรายของบีเอสอาร์ คือ ซิโน-ไทยฯ และราชบุรี อยากเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือ โดยบีทีเอสกรุ๊ป จะยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่อีกทั้งสองรายจะเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นเป็นเท่าใดต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนการหารือร่วมกับกลุ่ม ปตท.นั้น ขณะนี้ปตท. มีความสนใจเช่นเดียวกับ บีเอสอาร์ ซึ่งต้องรอทีโออาร์ออกมาก่อนว่าจพเป็นอย่างไร

“ คนไทยเราเองมีศักยภาพทำระบบรางเหล่านี้ได้อยู่แล้ว ถ้าทีโออาร์ออกมาสมเหตุสมผลเราก็พร้อมเข้าไป ซึ่งบีเอสอาร์พร้อมประมูลแน่นอน ซึ่งหากทำบริษัทเดียวก็พลังไม่พอ สองและสามบริษัทก็ดียิ่งขึ้น ถ้า ปตท. มาด้วยก็เฮโล ส่วนต่างประเทศหากมีความเชื่อมั่นและอยากนำเงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาทมาไว้ในไทยเราก็ยินดี เพราะการลงทุนและทรัพย์สินเหล่านี้ก็จะอยู่ในไทย ” นายคีรี กล่าว

Advertisement