“รองผบ.ตร.”ลงพื้นที่ขยายผลรง.ขยะพิษพบทำผิดเพียบ

23.05.18 | 22:31 น.

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา พลตรีพณิชย์ ศิริพละ รอง ผอ.รมน.ฉช นายพรเลิศ โชคชัย ปลัดจังหวัด นางฐิติลักษณ์ แสงงาม นายอำเภอพนมสารคาม และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท นิสส์สกาย เมทัล จำกัด เลขที่ 111/6 หมู่ 9 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งโรงงานดังกล่าวยังไม่ได้ขออนุญาตดำเนินการประกอบกิจการแต่อย่างใด

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบวันนี้ปรากฏว่าโรงงานแห่งนี้มีการขออนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นขยะอันตรายถึง 15 ใบอนุญาต ณ ที่แห่งเดียว และตรวจพบว่าโรงงานยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ส่วนที่แล้วเสร็จก็ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบการ และได้ทำการประกอบการนำขยะอุตสาหกรรมจากทุกมุมโลกมารวมไว้ในที่แห่งนี้หลายหมื่นตัน นอกจากนี้ยังดำเนินการใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเผาเพื่อทำลายสารตะกั่วที่ติดอยู่กับแผ่นบอร์ดเหล่านั้นเพื่อแยกชิ้นส่วนออกมา ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง เพราะตะกั่วและสารอันตรายทั้งหลายโดยเฉพาะแคดเมียมที่อยู่ในส่วนประกอบเหล่านั้น จะระเหยสู่บรรยากาศโดยไม่มีระบบฟอกอากาศนอกเหนือจากนั้นแล้วยังพบว่ามีการหลอมโลหะด้วย ซึ่งโลหะที่หลอมนั้นก็มีสารปนเปื้อนหรือฉนวนที่เป็น PVC หุ้มอยู่ซึ่งเป็นสารอันตรายและเป็นสารก่อมะเร็ง ปรากฏว่าโรงงานที่ทำการหลอมนั้นยังไม่ได้รับอนุญาตเช่นเดียวกันแต่ทำการหลอมแล้ว และโรงงานแห่งนี้ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงแต่ยังไม่ได้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ทั้งกระบวนการนำเข้าและกระบวนการใช้ถ่านหิน ส่วนการทำประชาคมนั้นไม่ได้ทำประชาคมให้ประชาชนได้รับรู้ เพียงแต่ติดไว้ที่ว่าการอำเภอแล้วก็บอกว่าเป็นการทำประชาคมแล้ว อันนี้จะต้องตรวจสอบในกระบวนการขออนุญาตต่อไปว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางในข้อเท็จจริงที่จะบอกให้ประชาชนชุมชนได้รับทราบหรือไม่

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า อย่างไรก็จากการตรวจสอบพบอีกว่าขยะกากอุสาหกรรมจากทุกมุมโลกเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้ได้อย่างไร ทั้งๆที่โรงงานยังไม่ได้เปิดดำเนินการในส่วนนี้ก็จะมีความผิดฐานครอบครองขยะอุตสาหกรรมอันตรายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตและผิดกฎหมาย และเรื่องนี้จากการตรวจสอบแล้วทราบว่ามีกระบวนการนำเข้ามาโดยอาจจะมีการสำแดงเท็จหรือสวมสิทธิ เมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินคดีในวันนี้ สิ่งของเหล่านี้จะต้องถูกผลักดันออกนอกพื้นที่ แต่จะออกไปที่ไหนยังไม่ทราบ เพราะไม่มีแหล่งใดในโลกนี้จะยอมรับขยะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อันตรายเหล่านี้ เพราะมีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่อนุญาตนำเข้าได้และต้องตรวจสอบว่ากระบวนการอนุญาตนำเข้าถูกกฎหมายหรือไม่เพราะตามสนธิอนุสัญญาบาเซล ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา จะไม่สามารถที่จะอนุญาตให้นำขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เข้าประเทศได้ และไม่สามารถส่งออกได้เช่นกัน บริษัทที่จดทะเบียนที่นี่เป็นบริษัททุนจดทะเบียนต่ำ แต่ปรากฏว่าภาระในการกำจัดขยะมลพิษมีมูลค่าสูงมาก ไม่สามารถที่จะทำอย่างไรได้ ท้ายสุดขยะของทั้งโลกจะตกอยู่ในประเทศไทยไม่สามารถผลักไปไหนได้ตรงนี้จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ในกระบวนการนำเข้ามาของขยะที่อาจจะไม่ถูกกฎหมายและกระบวนการขนถ่าย กระบวนการเก็บ กระบวนการแปรรูปขยะจะต้องมาจัดการเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้วภาระจะตกอยู่กับรัฐบาลและพี่น้องประชาชนคนไทยผู้ต้องจ่ายภาษีมาแก้ไขในเรื่องนี้ ในขณะที่ผู้ดำเนินธุรกิจเหล่านี้เป็นชาวต่างชาติล้วนๆ เมื่อขยะถ้าเข้ามาโดยไม่ถูกต้องใครที่มีส่วนในการนำเข้ามาทั้งเอกชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคงต้องรับผิดชอบ กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องกำหนดว่าจะแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในข้อหาส่วนที่ดำเนินการประกอบกิจการที่ยังไม่แจ้งประกอบการทั้ง 15 ราย และอันดับสองเป็นตามพ.ร.บ.วัตถุอันตรายซึ่งมีไว้ในครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันนี้ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสั่งให้ระงับและหยุดประกอบกิจการที่ฝ่าฝืนข้อกฎหมายโดยจะให้ออกหนังสือด่วนภายในวันนี้ ส่วนการดำเนินคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายต่อไป

Advertisement

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเข้าตรวจสอบโรงงานในลักษณะเดียวกันคือ บริษัทซันเหลียนไทย จำกัด และบริษัททรัพยเจริญรีไซด์เคิลจำกัด และเข้าตรวจสอบบ่อขยะของบริษัทเอเชียรีไซเคิลเทคโนโลยี จำกัด บ้านหนองกลางดง ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม เพื่อตรวจดูว่าขยะที่มาฝังกลบที่นี่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนและทำลายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ด้วย