หน้าแรก เศรษฐกิจ สนข.ผุดแผนแม่...

สนข.ผุดแผนแม่บทท่าเรือบก ดันไทยฮับโลจิสติกส์ซีแอลเอ็มวี

24.05.18 | 09:18 น.

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (รอง ผอ.สนข.) เปิดเผยในการสัมมนาประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคว่า ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ที่มีเป้าหมายให้ประเทศไทยสามารถยกระดับโลจิสติกส์ของประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการค้า การบริการ และการลงทุนในภูมิภาค โดยการพัฒนาการขนส่งทางราง การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์บริการโลจิสติกส์ อาทิ ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า คลังสินค้าปลอดอากร สถานีขนส่งสินค้า ท่าเรือบก ย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ยกขนตู้สินค้าทางรถไฟ ในแนวเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับฐานการผลิตอุตสาหกรรม โดยเฉพาะระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North South Economic Corridor : NSEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor : EWEC) และฐานการผลิตทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของประเทศไปยังประตูการค้าหลักและด่านการค้าสำคัญของประเทศ


นางวิไลรัตน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังถือเป็นประตูการค้าหลักของประเทศ มีปริมาณตู้สินค้าผ่านเข้า-ออกท่าเรือเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการจราจรบริเวณโดยรอบท่าเรือแหลมฉบังและโครงข่ายเชื่อมโยง แม้ว่าจะมีสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องหรือ ไอซีดี ลาดกระบัง แต่ด้วยปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเต็มความจุ ส่งผลให้การจราจรโดยรอบ ไอซีดี ลาดกระบัง มีปริมาณหนาแน่นเช่นเดียวกับบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดแนวทางเศรษฐกิจการพัฒนาและกำหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการพัฒนา Dry Port ให้ชัดเจนและครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้น สนข. จึงได้ดำเนินการศึกษาโครงการ ดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนา Dry Port ให้สามารถเป็นกลไกสำคัญในการตอบสนองการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทย รวมถึงสินค้าของประเทศเพื่อนบ้านผ่านประตูการค้าหลัก (ท่าเรือแหลมฉบัง) ของประเทศไทย เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ประกอบไปด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมทั้งกำหนดแนวทางการพัฒนาและกำหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาท่าเรือบกต่อไป

นางวิไลรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนา Dry Port เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ประกอบด้วย 4 ส่วนงาน ได้แก่ งานส่วนที่ 1 ประกอบด้วย 1) การศึกษาข้อมูลด้านเทคนิค เป็นการศึกษาทบทวนนโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแผนพัฒนาท่าเรือบกตามแนวทางของ UNESCAP ศึกษาการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง และศึกษารวบรวมข้อมูล Best Practice ในการพัฒนา Dry Port ในต่างประเทศ และ 2) การศึกษาข้อมูลด้านข้อกฎหมาย โดยศึกษาข้อกฎหมาย ข้อตกลงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อการพัฒนา Dry Port และศึกษากฎ ระเบียบของไทยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Dry Port งานส่วนที่ 2 ประกอบด้วย การศึกษาพฤติกรรมและปริมาณการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างฐานการผลิตและบริโภค กับประตูการค้าหลักของประเทศ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญในการเลือกรูปแบบการขนส่ง และการศึกษาความต้องการและต้นทุนการขนส่งสินค้าผ่าน Dry Port งานส่วนที่ 3 ประกอบด้วย การกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการพัฒนา Dry Port และการคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการพัฒนา Dry Port งานส่วนที่ 4 ประกอบด้วย การวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนา Dry Port รวมทั้ง ศึกษาความเป็นปได้ของการพัฒนา Dry Port ในพื้นที่ที่มีลำคับความสำคัญสูงสุด ตลอดจนจัดทำแผนแม่บทการพัฒนา Dry Port

นางวิไลรัตน์ กล่าวตอนท้ายว่า สำหรับการสัมมนาที่ สนข. จัดขึ้นในวันนี้ เป็นการเสนอกรอบทิศทางของการศึกษา ตลอดจนแนวทางการพัฒนา Dry Port เพื่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น และประสบการณ์ในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังที่จะรับฟังข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ จากทุกท่าน เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนา Dry Port ให้เกิดความเหมาะสม คลอบคลุมประเด็นการพัฒนาต่างๆที่สำคัญต่อไป

Advertisement