หน้าแรก เศรษฐกิจ ขายซองประมูลไ...

ขายซองประมูลไฮสปีดเทรน18 มิ.ย. มีแล้ว 5 กลุ่มสนใจ

24.05.18 | 13:37 น.

ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และประธานกรรมการคัดเลือก ร่วมแถลงเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา วงเงิน 2 แสนล้านบาท โดยกรอบการลงทุนครั้งนี้จะดำเนินการในรูปแบบพีพีพี เน็ต คอสต์ เปิดให้เอกชนนานาชาติเข้าร่วมลงทุน เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่เชื่อมต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และรัฐบาลจะลงทุนประมาณ 1.2 แสนล้านบาท


โครงการรถไฟความเร็วสูง แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ระยะทาง 220 กิโลเมตร (กม.) ประกอบด้วย 1.รถไฟความเร็วสูงส่วนต่อขยาย แอร์พอร์ตลิงก์ ดอนเมือง-พญาไท ระยะทาง 21 กม. 2.รถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ พญาไท-สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 29 กม. และ 3.รถไฟความเร็วสูงจากสนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินอู่ตะเภา ระยะทาง 170 กม. โดยจะใช้ความเร็วในการเดินรถสำหรับรถเอ็กซ์เพรส 250 กม.ต่อชั่วโมง รถซิตี้ไลน์ ความเร็วรถไม่เกิน 160 กม.ต่อชั่วโมง และรถนอร์มอลไลน์ จะเปิดให้เอกชนเสนอความเร็วรถที่เหมาะสม และเตรียมเปิดพัฒนาพื้นที่สถานีมักกะสัน 150 ไร่ สำหรับเป็นสถานีหลักรถไฟความเร็วสูง และพัฒนาพื้นที่สถานีศรีราชา 100 ไร่ สำหรับเป็นสถานีบริการรถไฟและโรงซ่อมหัวรถจักร คาดว่ามูลค่าผลตอบแทนการพัฒนาพื้นที่จะอยู่ที่ 50,000-60,000 ล้านบาท

ส่วนกำหนดการจะประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุน 30 พฤษภาคม-17 มิถุนายน 2561 หลังจากนั้นจะเปิดขายซองประมูลโครงการ 18 มิถุนายน-9 กรกฎาคม ชี้แจงเอกสารโครงการในวันที่ 23 กรกฎาคม นำเอกชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลดูพื้นที่จริง 24 กรกฎาคม ชี้แจงเอกสารโครงการรอบ 2 ในวันที่ 24 กันยายน และเปิดยื่นซองโครงการในวันที่ 12 พฤศจิกายน ดังนั้น คาดว่าจะได้ผู้ชนะการประมูลภายในปลายปีนี้ และขณะนี้มีเอกชนทั้งไทยและต่างชาติ สนใจเข้าร่วมประมูลแล้วประมาณ 5 กลุ่ม

ทั้งนี้ ในส่วนการดำเนินงานของแอร์พอร์ตลิงก์ ปัจจุบันมีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมประมาณ 1,785 ล้านบาท ในปี 2560 ที่ผ่านมา ขาดทุนประมาณ 280 ล้านบาท และเป็นหนี้จากการก่อสร้างประมาณ 33,000 ล้านบาท เมื่อต้องทำรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจึงนำโครงการแอร์พอร์ตลิงก์มารวมและแก้ปัญหาการขาดทุนด้วย โดยผู้ลงทุนต้องซื้อกิจการในมูลค่าที่เหมาะสม เช่นการเตรียมเปิดเชื่อมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่คาดว่ามีปริมาณผู้โดยสาร 1 แสนคนต่อวัน

Advertisement