เฉลียงไอเดีย : ‘ชานนท์’เปิดแผนรุกอสังหาฯแนวรถไฟฟ้า นำทีมตะลุยกรุงปราก…สำรวจถิ่นยุโรป

27.05.18 | 14:30 น.
ชานนท์ เรืองกฤตยา

สัปดาห์ก่อน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้ประกอบในวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง นำบรรดาสื่อมวลชนบินลัดฟ้าไปกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ประเทศในฝั่งยุโรปกลาง เพื่อดูสภาพบ้านเมือง และระบบขนส่งสาธารณะ

ซึ่งพบว่ากรุงปรากมีระบบขนส่งสาธารณะให้เลือกใช้บริการหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถรางไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน และรถเมล์ เป็นต้น

โดยให้บริการครอบคลุมในทุกพื้นที่ของเขตเมือง จึงส่งผลให้กรุงปรากเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของยุโรปตะวันออกที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปเยี่ยมเยือนอยู่ไม่ขาดสาย เพราะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่สำคัญต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

 

Advertisement

สถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปก็มีอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นย่านสะพานชาร์ลส์ ที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวา ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กหรือสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงปราก หรือจะเป็นจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) ที่ตั้งของนาฬิกาดาราศาสตร์ ซึ่งทุกๆ 1 ชั่วโมง จะมีนักท่องเที่ยวไปยืนรอชมหน้าต่างที่เปิดออกมาแล้วจะเห็นเหล่านักบุญทั้ง 12 องค์ แต่หน้าเสียดายที่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงจึงไม่เห็นแม้แต่ตัวนาฬิกา โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีจึงจะแล้วเสร็จ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจึงอดเห็นของจริง มีเพียงภาพโปสเตอร์เป็นรูปนาฬิกาติดไว้ให้เห็นเท่านั้น

และที่พลาดไม่ได้อีกแห่ง คือ ปราสาทแห่งกรุงปราก ภายในจะมีมหาวิหารเซนต์วิตุส ที่สวยงามด้วยศิลปะแบบโกธิค รวมถึงเดอะ โกลเด้นเลน ถนนสายเล็กๆ ในละแวกเดียวกับปราสาท ที่เต็มไปด้วยความน่ารักด้วยสีสันและบ้านเรือนขนาดกะทัดรัดตลอดเส้นทาง ถนนสายนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1597 หรือ พ.ศ.2140 โดยช่างทองที่ได้รับพระราชทานพื้นที่จากจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ด้วยจำนวนของช่างทองที่มีมากถึง 24 คน และต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด จึงทำให้บ้านแต่ละหลังมีขนาดเล็กมาก

ต่อมาได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พักของทหารรักษาการณ์และกลายเป็นร้านขายของที่ระลึก พิพิธภัณฑ์ และอาร์ตแกลเลอรี่ในที่สุด

การเดินทางไปครั้งนี้นำทีมโดย คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ อนันดา นอกจากจะร่วมเดินทางไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆ แล้ว ยังบอกเล่าเกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยด้วยว่าการพัฒนาของประเทศไทยขึ้นอยู่กับการลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งประกอบด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและแผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี คือ ระหว่างปี 2560-2579 โดยมีทั้งการพัฒนารถไฟฟ้า รถไฟชานเมือง รถไฟทางคู่ ทางด่วน มอเตอร์เวย์ และสนามบิน เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้เกิดทำเลใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น โซนนอกเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ เขตชานเมือง รวมถึงต่างจังหวัด โดยเฉพาะเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายรุกคืบเข้าสู่พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อเปิดโครงการใหม่รองรับความต้องการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแล้ว

ปัจจุบันเส้นทางรถไฟฟ้าเริ่มขยายออกนอกเมืองมากขึ้น คาดการณ์ว่าปีนี้กรุงเทพฯจะมีรถไฟฟ้าถึง 87 สถานี รวมระยะทาง 121.6 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า คือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเมืองและตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยทำเลตามแนวรถไฟฟ้าได้กลายมาเป็นทำเลทอง ยิ่งใจกลางเมืองก็ยิ่งเป็นทำเลทองฝังเพชรที่นับวันราคาที่ดินมีแต่จะพุ่งขึ้นมหาศาล ทั้งยังเปลี่ยนวิถีชีวิตและรูปแบบการอยู่อาศัยของคนในเมือง ให้กลายเป็นการอยู่อาศัยในแนวดิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ และในปี 2570 คาดว่ากรุงเทพฯจะมีรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เป็น 11 สาย 297 สถานี ระยะทางรวม 466.1 กม.

สำหรับแผนธุรกิจของอนันดา ก็สืบเนื่องมาจากการพัฒนารถไฟฟ้า ซึ่งในอนาคตประชากรจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนมากขึ้น ปัญหาการจราจรติดขัดยิ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพบนทำเลศักยภาพสูงและมีความสะดวกสบายในการเดินทางจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายถูกลง

คุณชานนท์ระบุว่า ทำเลแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่ชอบในตอนนี้ คือ ส่วนต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากบางนา-สมุทรปราการ เพราะรถไฟฟ้าสายนี้มีจุดดึงดูดอสังหาฯอยู่แล้ว เช่น ห้างสรรพาสินค้าสยามพารากอน หรือห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ สามารถนั่งยาวไปจนถึงบางซื่อได้เลย โดยเป็นรถไฟฟ้าเส้นเดียวที่ชาวต่างชาติเข้าใจง่าย เพราะเมื่อพูดถึงเส้นสุขุมวิทก็เข้าใจเลย นอกจากนี้ทางจังหวัดสมุทรปราการก็ยังไม่เข้มงวดเรื่องข้อกำหนดการเพิ่มประโยชน์การใช้พื้นที่ (เอฟเออาร์) จึงก่อสร้างได้ง่าย

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ก็น่าสนใจด้วยเช่นเดียวกัน แต่ยังงงๆ อยู่ว่าเมืองย่านนั้นจะขยายอย่างไร เพราะถึงแม้จะมีทางด่วนด้วย ดูเหมือนสะดวก แต่สะดวกจริงหรือไม่ ขณะที่ระบบทางด่วนก็กลายเป็นการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองด้านมากไป พื้นที่บางแห่งจึงดูสวยแบบงงๆ จะชอบหรือไม่ ก็ต้องหาจุดที่ลงตัวของสายสีแดงก่อน

ด้านรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มองว่าเส้นนั้นดีเลย ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ก็น่าสนใจ แต่ต้องเป็นพื้นที่เลยรามคำแหงขึ้นไปอีก ซึ่งเท่าที่ดูหากตรงไหนมีความแออัดน่าสนใจ เพราะมีความเป็นชุมชนอยู่ ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระนั้น เห็นว่าบริเวณสถานีท่าพระที่เป็นจุดเชื่อมต่อกัน มีการออกแบบสถานีไม่ค่อยดี เพราะไม่ได้วิ่งเป็นวงกลม ต้องเปลี่ยนรถด้วย

คุณชานนท์ระบุว่า สายที่ยังไม่สนใจในตอนนี้ คือ สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ เพราะยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้มีการพัฒนามากกว่านี้ก่อน บางทีการแห่ไปสร้างกันก่อนเยอะๆ ก็เลยกลายเป็นไม่ดีไปเลย ที่สำคัญสายสีม่วงต้องลงรถเพื่อเชื่อมต่อหลายสายก็ไม่ค่อยดี เพราะที่เราขาย คือ ขายความสะดวก ต้องมาต่อ 2 ครั้งก็ไม่สะดวก แค่ครั้งเดียวก็ถือว่าไม่สะดวกแล้ว

ย่านที่ดีมากในตอนนี้ คือ อโศก เป็นทำเลที่ดี มีรถไฟฟ้า 2 สาย ที่ผ่านศูนย์กลางเมือง จุดอโศกจึงดีที่สุด สำหรับคนจะวิ่งไปวิ่งมา

ในอนาคตพระราม 4 ก็จะเปลี่ยนไปเยอะ จะดีกว่าสุขุมวิทด้วย แต่ต้องรอให้โครงการวันแบงค็อกเสร็จ การพัฒนาย่านโรงแรมดุสิตธานีที่จะมีทั้งห้างสรรพสินค้าเสร็จด้วย

อย่างไรก็ตามเรื่องการออกไปรอบนอกเมืองนั้น ก็ต้องดูที่ความพอดีก่อน เร็วไปหรือช้าไปก็ไม่ดี คิดว่าเมืองที่น่าสนใจ คือ สมุทรปราการ ถ้าวางผังเมืองให้ดีจะเป็นเมืองใหม่ของกรุงเทพฯได้เลย แต่ต้องจัดระเบียบใหม่ เช่น แถวบางปูมีชายหาด หากทำให้ดีเหมือนดูไบก็ดีได้เลย อาจจะทำชายหาดเทียมก็ได้ เพราะรถไฟฟ้าก็ไปถึง หลายอย่างดีเลย แต่การพัฒนาต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์บ้าง

ชีวิน ขันตรี