หน้าแรก เศรษฐกิจ บสย.กระตุ้นรา...

บสย.กระตุ้นรายย่อย ใช้สิทธิขอค้ำเงินกู้-ฟรีค่าธรรมเนียม 4 ปี ก่อน 30 มิ.ย.

26.05.18 | 12:04 น.

นายวิเชษฐ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไป สายงานธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี ทวีทุน (PG6) ปรับปรุงใหม่ ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เหลือวงเงินอีก 19,000 ล้านบาท จากวงเงิน 81,000 ล้านบาท ที่จะให้การสนับสนุนค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายการลงทุน หรือกู้สินเชื่อใหม่ได้เข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคารรัฐ และเอกชนที่ร่วมโครงการ ดังนั้นอยากให้ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจหรือผู้ประกอบการใหม่ ยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินต่างๆ ก่อนที่สิ้นสุดโครงการและจะไม่มีการต่ออายุโครงการ ซึ่งการขอสินเชื่อในโครงการจะได้สิทธิฟรีค่าธรรมเนียม 4 ปี รวม 7% คาดว่าจะค้ำประกันได้ 5,000 ราย


“ตอนนี้ผู้ประกอบการรายย่อย เป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจมากกว่าการเมือง และยังมีความต้องการเข้าถึงสินเชื่อและกู้เงินเพื่อทำอาชีพมาก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งยังมองว่าเศรษฐกิจดีขึ้นและกำลังซื้อฟื้นตัว ทำให้กล้าที่จะลงทุนแต่ก็ติดในเรื่องการเข้าถึงแหล่งกู้เพื่อยังขาดทรัพย์สินในการค้ำประกัน จึงอยากให้ผู้ประกอบการยื่นความจำนงต่อธนาคารในการให้ บสย.ค้ำประกัน ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งของการเข้าถึงสินเชื่อในการนำมาทำธุรกิจ โดยขณะนี้รัฐบาลให้การส่งเสริมการสร้างและช่วยเหลือเอสเอ็มอีและรายเล็กๆ ต่อเนื่อง” นายวิเชษฐ กล่าว

สำหรับแผนงานโครงการให้ค้ำประกันสินเชื่อใหม่ได้มีการส่งรายละเอียดให้กระทรวงการคลังพิจารณา 2 โครงการเพื่อของบประมาณกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ ได้แก่ โครงการไมโครรุ่น 3 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เน้นค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการรายจิ๋วและพ่อค้าแม่ค้าในต่างจังหวัด ที่ต้องการเงินค้ำประกันกู้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย คาดดำเนินการกลางเดือนมิถุนายน อีกโครงการคือโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี ทวีทุน (PG7) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เน้น 2 กลุ่มหลัก คือ บริษัทที่เข้าระบบบัญชีเล่มเดียว และบริษัททั่วไปรวมถึงผู้ประกอบการอิสระ คาดเริ่มกลางเดือนกรกฎาคม

สำหรับความคืบหน้าโครงการค้ำประกันสินเชื่อร่วมกับสถาบันไม่ใช่ธนาคารนั้น กำลังนำข้อสรุปที่ได้หารือกับบริษัทในเครือธนาคารที่ให้บริการด้านเช่าซื้อและลิสซิ่ง 2 ราย เสนอให้คณะกรรมการ บสย.พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องและเตรียมวงเงินใช้ค้ำประกันสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท คาดจะเริ่มโครงการเดือนกรกฎาคมนี้ จุดประสงค์เพื่อช่วยสภาพคล่องธุรกิจ และลดค่าใช้จ่ายจากการเงินดาวน์ในการทำสัญญาเช่าซื้อหรือผ่านชำระการซื้อ โดยเน้นกลุ่มโลจิสติกส์ ขนส่ง และรับเหมาก่อสร้าง

Advertisement