หน้าแรก เศรษฐกิจ ผู้ว่ากยท.ตรว...

ผู้ว่ากยท.ตรวจโกดังยางตรัง เผยเหลือสต็อกรวมแสนตัน รับเก็บนานยางเสื่อม-ต้องระบายให้หมด (ชมคลิป)

27.05.18 | 13:40 น.

เมื่อเวลา 10.30น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่โกดังเคทีเอ็มวู้ด จำกัดอ อ.กันตัง จ.ตรัง นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมนายอรุณ พาณิชย์กุล ที่ปรึกษาฯ นายสมยศ น้ำแก้ว ผอ.กยท.ตรัง และคณะ เดินทางสำรวจโกดังเก็บยางพาราตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรดเพือรักษาเสถียรภาพราคายางและโครงการมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพยาง ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2555
นายเยี่ยม กล่าวว่า การตรวจสอบโกดังเก็บสต็อกยางพาราครั้งนี้ เนื่องจากเก็บยางไว้ตั้งแต่ปี 2555 สภาพยางจึงเป็นไปตามอายุที่จัดเก็บ และเพื่อต้องการตรวจสอบจำนวนสต็อกยางที่คงเหลือ และคุณภาพของยาง ก่อนสรุปอีกครั้งเพื่อความชัดเจนผู้สื่อข่าวถามว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น เกิดจากการเก็บสต็อกไว้เป็นเวลานานหลายปีใช่หรือไม่ นายเยี่ยม กล่าวว่า คิดว่าไม่ใช่ความเสียหาย แต่หมายถึงยางที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2555 ต้องเสื่อมตามคุณภาพ ส่วนสภาพโกดังที่จัดเก็บยังดี แต่ยางเสื่อมไปตามสภาพ อีกทั้งกรณีค่าเช่าที่ต้องจ่ายให้เอกชนเกี่ยวกับการเช่าโกดังนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ดำเนินการ ในช่วงภาวะที่ผ่านมา รัฐบาลหรือกระทรวงเกษตร มีนโยบายว่า หากระบายยางออกไปแล้ว จะมีผลกระทบต่อราคายางลดลงหรือไม่ มองว่า หากระบายยางออกไปจะมีผลกระทบต่อราคายาง
“กำลังวิเคราะห์คุณภาพยางที่มีอยู่ในสต็อกจะดำเนินการอย่างไร คิดว่าแนวทางที่รัฐบาลส่งเสริมการใช้ยางในประเทศโดยภาครัฐเป็นแนวทางที่ดีที่สุด จะเอายางในสต็อกปัจจุบันใช้ในโครงการของรัฐเพื่อให้มีการใช้ยางในประเทศให้มากที่สุด และป้องกันราคายางตกต่ำ แม้เกษตรจะมีความต้องการให้รับซื้อยางจากเกษตรกรแต่เชื่อว่า ขณะนี้สถนการณ์ยางไม่ได้ล้นตลาดมากกว่าความต้องการใช้ เพราะฉะนั้น เมื่อเรามียางของรัฐที่จัดเก็บไว้ส่วนหนึ่ง และยางที่จะซื้อจากเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นน้ำยางสดเพื่อทำน้ำยางข้นนำไปทำถนน หรือเพื่อส่งเสริมราคายางให้ดีขึ้น จึงเป็นทั้ง 2 แนวทางที่ควรส่งเสริม”นายเยี่ยม กล่าวและว่าขณะนี้มีปริมาณยางสต็อกในโกดังจัดเก็บทั่วประเทศประมาณ 100,000ตัน เป้าหมาย ต้องนำไปใช้ให้หมด การระบายยางออกนั้นต้องบริหารจัดการโดยใช้ยางของชาวสวนยางก่อน ส่วนยางในสต็อก จะกำหนดเวลาไม่ได้ แต่ต้องระบายให้หมดโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ในวันที่ 30 พฤษภาคมจะมีการประชุมหน่วยงานที่จะนำยางไปใช้อย่างน้อย 7 -8 กระทรวงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ส่วนที่มีการตกลงกันแล้ว คือ กรมชลประธาน ได้งบกลางจากรัฐบาลประมาณ 3,750 ล้านบาท เพื่อนำมาซื้อยางจากเกษตรกรไปทำถนน ซึ่งได้หารือกันต่อไป ทั้งรายชื่อและตำแหน่งถนนที่จะทำ โครงการส่งเสริมการใช้ยางเดิมรัฐบาลประกาศไว้ เดือนกันยายน 2561 ต้องดำเนินการต่อไปโดยวางเป้าหมายซื้อยางจากชาวสวนยาง 200,000ตัน แต่จะได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ของกระทรวงต่างๆ ขณะนี้ราคายางพารากระเตื้องขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสต็อกโกดังยางพาราใน จ.ตรัง มี 5 โกดัง คือ โกดังเคทีเอ็มวู้ด จำกัด อ.กันตัง มี 2 โกดัง มียาง 9,830 ก้อน 1,092,211.30 กิโลกรัม, โกดัง เอสทีเมนเนจเม้นท์ ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง มี 2 โกดังมีปริมาณยาง 11,475 ก้อน โกดัง กยท.ห้วยยอด โครงการ อ.ห้วยยอด มียางมาร์คเขียว 6,506 ก้อน โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางมียาง 722,881.66 กิโลกรัม