หน้าแรก เศรษฐกิจ เสียงชุมชน 3 ...

เสียงชุมชน 3 จังหวัด ถึง ‘กองทุนอีอีซี’ หวังช่วยให้ยั่งยืน

30.05.18 | 13:13 น.

บรรยากาศ 3 จังหวัดตะวันออก ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยองŽ ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เป็นการจุดพลุอย่างเป็นทางการให้กับการลงทุนของประเทศครั้งใหญ่ ที่ทำให้ต่างชาติเชื่อมั่นมากขึ้น นักลงทุนจากชาติต่างๆ ทยอยแห่ลงพื้นที่ดูความพร้อมด้านต่างๆ โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่ม นั่นคือ 1.ยานยนต์สมัยใหม่ 2.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3.ดิจิทัล 4.หุ่นยนต์ 5.การบินและโลจิสติกส์ 6.เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ 7.การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 8.การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ 9.การแพทย์และสุขภาพครบวงจร และ 10.การแปรรูปอาหาร

แค่ไตรมาสแรกของปีนี้ มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในพื้นที่อีอีซีŽ มูลค่า 160,000 ล้านบาท ทั้งปีคาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านบาท และในช่วง 5 ปี จะมีการลงทุนในพื้นที่อีอีซีŽ ปีละ 100,000 ล้านบาท รวม 5 ปี 500,000 ล้านบาท

จากนี้ไปการลงทุนครั้งใหญ่จะเริ่มเกิดขึ้น คาดว่าใน 5 ปีแรกจะมีมูลค่าการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชน ไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะ 5 โครงการหลัก มูลค่า 6 แสนล้านบาท 1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภาŽ เตรียมเปิดประมูลในเร็วๆ นี้ 2.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา 3.โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (เอ็มอาร์โอ) 4.โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และ 5.โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการลงทุนต่างๆ อาจทำให้บางฝ่ายเป็นห่วงถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับชุมชนในพื้นที่

Advertisement

แต่ กฎหมายอีอีซีŽ นี้ ในมาตรา 61 กำหนดไว้ให้จัดตั้ง กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกŽ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ ชุมชน และประชาชนที่อยู่ภายในหรือที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเงินและทรัพย์สินที่เป็นของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังเพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน โดยให้สำนักงานอีอีซีบริหารจัดการแยกออกจากงบของสำนักงาน ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ที่จะได้รับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ลงพื้นที่พบปะชุมชนในพื้นที่ทั้งระยอง ชลบุรีและฉะเชิงเทรา ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นกับหน่วยงานต่างๆ
รวมทั้งบริษัทเอกชน เช่น บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGCŽ ก็เปิดเวทีรับฟังความเห็นถึงมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยผู้นำชุมชนและท้องถิ่นต่างร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ อย่างเช่น

สุพจน์ พูลสวัสดิ์ ผู้นำชุมชนและวิทยุชุมชนท้องถิ่น อำเภอเมือง จ.ฉะเชิงเทรา ให้ความเห็นว่าโครงการอีอีซีมีจุดมุ่งหมายพัฒนาประเทศที่ดี แต่สิ่งที่ควรทำควบคู่กันคือ ให้ระมัดระวังผลกระทบต่อชุมชนสิ่งแวดล้อม พื้นที่ทำกินของชาวบ้าน หากกระทบต่อวิถีชีวิต ชุมชน สิ่งแวดล้อมรัฐควรมีการชดเชย เยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีกองทุนพัฒนาชุมชนรอบอีอีซี สิ่งสำคัญคือดำเนินงานอย่างโปร่งใส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ทวีศักดิ์ น้อยเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา มองว่าควรประชาสัมพันธ์โครงการอีอีซีให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบรายละเอียดให้มากที่สุด และควรพัฒนาโดยคำนึงถึงเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของท้องถิ่น ควรมีการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือภัยพิบัติต่างๆ

ด้าน มนัส ตั๊นงาม รองประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา บอกว่า การพัฒนาในพื้นที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชน ภาครัฐเลยให้ตั้งกองทุนอีอีซีŽ ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่รัฐให้ความสำคัญกับประชาชนและชุมชนในพื้นที่ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบ ถือว่ารัฐได้มองการณ์ไกล ในการพัฒนาโดยไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง

ส่วนความเห็นจาก จ.ชลบุรี ภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯชลบุรี ยืนยันว่าชลบุรีพร้อมให้การสนับสนุนอีอีซี แต่ต้องยอมรับว่าการพัฒนาต้องมีผลกระทบต่อชุมชน อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน และชดเชยสิ่งที่เสียหายไป ขอยืนยันว่าหากอีอีซีเกิดขึ้นเต็มรูปแบบ จะส่งผลดีต่อชลบุรี และเศรษฐกิจของประเทศ

กิตติธัช ภูธนะโภคิน ผู้นำชุมชน จ.ชลบุรี และผู้ประสานงานด้านประชาสัมพันธ์อีอีซี สะท้อนความเห็นว่า ควรมีการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยยกระดับความรู้ทักษะของคนในพื้นที่เพื่อให้ใช้เทคโนโลยีได้ อยากให้ส่งเสริมบุตรหลานในเรื่องการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานด้วย เมื่อจบการศึกษาแล้วจะได้มีงานทำ เกิดการกระจายรายได้และตอบสนองต่อภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อนการดำเนินงานใดๆ ควรปรึกษาหารือกับผู้นำในท้องถิ่นให้เกิดความเข้าใจอันดี เมื่อเวลาจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นกับประชาชนทั่วไปจะได้ช่วยกันอธิบาย สื่อสารความเข้าใจได้ตรงประเด็น

“ที่หลายคนหวั่นวิตกเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมเมื่อมีการพัฒนา ได้รับการยืนยันแล้วว่าโรงงานที่จะสร้างขึ้นใหม่จะเป็นโรงงานสะอาด ปราศจากมลพิษ ทำให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นในการพัฒนาครั้งนี้”Ž กิตติธัชมั่นใจ

สรายุทธ วงษ์แสงทอง อดีตนายก อบต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี บอกว่า อีอีซีŽจะทำให้มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น แต่หลายคนยังวิตกกังวลเรื่องของการนำหุ่นยนต์มาใช้งานจะทำให้คนตกงาน

ด้าน จ.ระยอง อิทธิ แจ่มแจ้ง ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จ.ระยอง ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมาบตาพุดและประธานชุมชนหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง บอกว่า รู้สึกเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการตั้งกองทุนอีอีซีŽ ที่จะเข้ามาดูแลเรื่องการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม แต่ให้ระบุไว้เลยว่ากองทุนนี้จะใช้เรื่องการพัฒนาอาชีพของคนในชุมชนกี่เปอร์เซ็นต์ เน้นการดูแลเรื่องสุขภาพ การรักษาพยาบาล การศึกษาและค่าบริหารจัดการ โดยไม่เปิดช่องให้เอาเงินกองทุนนี้ไปใช้นอกพื้นที่

“การดูแลสิ่งแวดล้อม เฝ้าระวังการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ให้เขียนข้อกำหนดไว้ให้ชัดเจน ไม่ใช่เอาเงินกองทุนไปทำถนน และสาธารณูปโภคหรือเอาเงินกองทุนไปศึกษาดูงานต่างประเทศ เงินกองทุนต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชน”Ž อิทธิสนับสนุนพร้อมเสนอแนะ

ด้าน ไมตรี รอดพ้น ประธานวิสาหกิจชุมชนชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้านสามัคคี อ.เมืองระยอง-อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ก็เห็นด้วยกับการตั้งกองทุนอีอีซีŽ แต่อยากให้ความสำคัญกลุ่มประมงด้วย รวมถึงดูแลเรื่องสุขภาพ สวัสดิการความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่รวมถึงเยาวชนด้วย และต้องดูเรื่องการบริหารจัดการกองทุนให้รัดกุม อย่าให้เหมือนกองทุนอื่นที่มีปัญหา

สุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง ระบุว่า อยากให้เป็นกองทุนระดับจังหวัด มีคณะกรรมการการบริหารจัดการกองทุนระดับจังหวัด มีตัวแทนภาคประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ ร่วมเป็นกรรมการบริหารจัดการกองทุน และอยากฝากให้ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเป็นหลักก่อน 60% อีก 40% ไปดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตของชุมชน ตั้งแต่ความเป็นอยู่ อาชีพ การศึกษาและคุณภาพชีวิต

“การพัฒนาโครงสร้างการพัฒนาขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ที่เป็นปอดของชุมชนสูญเสียไป ไม่ได้คัดค้านไม่ให้เกิดการสูญพื้นที่สีเขียว แต่ผมอยากจะเห็นกองทุนนี้เข้าไปดูแลแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เขาสูญเสียไปเพื่อรองรับการเจริญเติบโต”Ž สุรินทร์แนะนำ

เสียงสะท้อนคนในพื้นที่เหล่านี้จะช่วยให้แนวทางการบริหารเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่อีอีซีŽ ให้เติบโตไปพร้อมกับความเข้มแข็งและยั่งยืนของชุมชนต่อไป