นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนเริ่มมีการรับรู้และเข้าใจการใช้บัตรเดบิตแทนเงินสดมากขึ้น และปัจจุบันทุกคนมีสมาร์ทโฟนสามารถใช้โมบายแบงก์กิ้งในการทำธุรกรรมออนไลน์และชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดได้ ดังนั้นจะไม่มีการจัดทำโปรโมชั่น เพื่อส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตต่อจากโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตที่ได้ดำเนินการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (สิ้นสุดมิ.ย. 2561) ทั้งหมด 12 ครั้ง รวมเงินรางวัล 84 ล้านบาท โดยจากการประชาสัมพันธ์ถือว่าประสบความสำเร็จ โดยบัตรเดบิตมีจำนวน 62.1 ล้านใบ เพิ่มขึ้น 11.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ประกอบกับธุรกรรมตลอดโครงการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปริมาณธุรกรรมทั้งสิ้น 80.2 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 38.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมูลค่าธุรกรรมรวม 148,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ การใช้บัตรเดบิตใช้ตามเงินในบัญชี ต่างจากบัตรเครดิตที่รูดก่อนจ่ายทีหลัง ทำให้มีวินัยทางการเงินมากขึ้น
“แม้โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตได้สิ้นสุดลง แต่ประโยชน์จากการรับจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด ทั้งในการลดต้นทุนการบริหารจัดการ การเพิ่มความรวดเร็ว ปลอดภัยในการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดต่อไป โดยสามารถเลือกใช้ช่องทางได้อย่างหลากหลายตามความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิต พร้อมเพย์ และคิวอาร์โค้ดรวมถึงช่องทางออนไลน์อื่นของธนาคาร”
สำหรับผู้โชคดีในโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิตและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งที่ 12 ซึ่งถือเป็นผู้โชคดีคนสุดท้ายของโครงการนี้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท คือนางสาวปรางทิพย์ มีเดช ผู้โชคดีจากการใช้บัตรเดบิตของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และร้านทองสง่าการค้า ซึ่งเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดนครพนมที่ติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ของธนาคารกรุงไทย

