หน้าแรก เศรษฐกิจ “ฐากร” มั่นใจ...

“ฐากร” มั่นใจคลื่น 1800 มีผู้เข้าร่วมประมูลแน่นอน ปี 63 ไร้กังวล 5G คลื่นพอรองรับ

5.06.18 | 15:34 น.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า การเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดย สำนักงาน กสทช. ปีนี้ มั่นใจว่า จะมีผู้เข้าร่วมการประมูลแน่นอน เนื่องจากผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีคลื่นความถี่ให้บริการประชาชนหลายรูปแบบ อีกทั้งคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่หลักในการให้บริการด้านโทรคมนาคม โดยเป็นคลื่นความถี่ประเภท FDD ที่สามารถส่งและรับคลื่นในเวลาเดียวกัน ทำให้ความรวดเร็วในการใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้ในกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูล ผู้ถือครองคลื่นความถี่เดิมคือดีแทค (หมดอายุสัมปทานร่วมกับแคท กันยายน 2561) ต้องเข้าสู่แผนเยียวยา เพื่อให้บริการผู้บริโภคต่อไป ทำให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการถือครองคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ต่อไปอีกเป็นปี เนื่องจากสำนักงาน กสทช. ต้องจัดทำแผนการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ใหม่ซึ่งต้องใช้เวลา

“หากไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูล สำนักงานกสทช. จะต้องจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ใหม่ เพื่อให้หลักเกณฑ์การประมูลเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่ผู้ประกอบการคาดการณ์ไว้ ดังนั้นมองว่า การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ในปีนี้ต้องมีผู้เข้าร่วมประมูลแน่นอน ขณะที่ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ดีแทค และแคท (บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด) จะเข้ามายื่นเอกสารเกี่ยวกับแผนเยียวยาการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ไว้ล่วงหน้าก่อน แต่ทั้งนี้หากมีผู้เข้าร่วมการประมูล อาจไม่มีการใช้แผนเยียวยา” นายฐากร กล่าว


นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ในปี 2563 คาดว่า จะมีคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ที่เดิมใช้ในกิจการทีวีดิจิทัล เปลี่ยนแปลงมาสู่การให้บริการโทรคมนาคม เพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G โดยคาดการณ์ว่า กสทช.จะสามารถนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาจัดสรรแก่ผู้ประกอบการได้จำนวนไม่เกิน 90 เมกะเฮิรตซ์ ส่งผลให้ไทยมีการใช้งานคลื่นความถี่ในตลาดเทียบเท่านานาชาติมากขึ้น ทั้งนี้ในบางประเทศมีการกำหนดข้อจำกัดการถือครองคลื่นสูงสุดของผู้ให้บริการ เพื่อป้องกันการกักตุนคลื่นความถี่ แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดการถือครองคลื่นโดยรวม แต่ได้กำหนดเป็นรายครั้ง ผ่านการประมูลคลื่นความถี่ในแต่ละครั้งว่าผู้ให้บริการสามารถประมูลได้สูงสุดจำนวนกี่ใบ เพื่อไม่ให้มีการกักตุนคลื่นความถี่ อันนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ

แต่ทั้งนี้ หากในอนาคตมีคลื่นความความถี่ในท้องตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะคลื่นความถี่ย่านที่ต่ำกว่า 1000 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ประเภท Coverage Band ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้กว้าง ในกรณีที่มีผู้ถือครองเกินความจำเป็นจะส่งผลต่อการให้บริการของผู้ประกอบการรายอื่นๆ ถึงเวลานั้นอาจมีแผนกำหนดการถือครองคลื่นความถี่สูงสุด