นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานหัวเว่ย เทคโนโลยี่ว่า 2-3 ปีที่แล้วหัวเว่ยเป็นพันธมิตรที่ช่วยเหลือประเทศไทยในการพัฒนาด้านดิจิทัล ซึ่งต้องยอมรับว่าในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ความตื่นตัวด้านเทคโนโลยีในประเทศมีจำกัดมาก ทั้งๆ ที่กระแสของโลกกำลังมุ่งไปสู่ดิจิทัล รัฐบาลในขณะนั้นมีความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ ต้องการให้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความสามารถการแข่งขันและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
“หลังจากที่ไปพบกับคณะผู้บริหารและตัวแทนหัวเว่ยที่สำนักงานใหญ่ เมืองเสินเจิ้น และการพบปะพูดคุยที่ไทย รัฐบาลมีความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ และอยากให้หัวเว่ยมาช่วยใน 3 ด้านใหญ่ๆ คือ 1.การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบดิจิทัลให้มีความเข้มแข็ง 2.การช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้มีความเข้มแข็ง และ 3.การศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมโยง” นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดกล่าวว่า การจัดงานสัมมนาของหัวเว่ยในครั้งนี้ มองว่าเป็นจังหวะที่ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่คนไทยกำลังตื่นตัวมากทีเดียว จากที่ไม่เคยมีความตื่นตัวเช่นนี้มาก่อน โดยปัจจุบันเรามีโทรศัพท์มือถือ 121 ล้านเลขหมาย มีคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 40 ล้านคน มีมูลค่าการค้าผ่านอีคอมเมิร์ซเกือบ 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากอดีตที่มีน้อยมาก ขณะเดียวกันพฤติกรรมของวัยรุ่นในปัจจุบันซื้อของผ่านอีคอมเมิร์ซแทบทั้งสิ้น แม้กระทั่งในอุตสาหกรรมการเงินต่างปรับตัวขนานใหญ่ มีการลงทุนด้านดิจิทัล อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพราฉะนั้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเห็นภาคเอกชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
นายสมคิดกล่าวว่า จะต้องคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้ทุกคนจะตื่นตัว ภาคราชการ มหาวิทยาลัย เอกชนและสื่อมวลชนตื่นตัว ผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียว และใช้เวลา 3-4 ปีนี้เปลี่ยนผ่านประเทศให้ได้ สิ่งเหล่านี้จะทำไปสู่สมาร์ทซิตี้ได้อย่างแน่นอน แต่จะต้องรักษาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับชุมชน รวมถึงการลงทุนในเคเบิลที่จะลิงค์กับฮ่องกง ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา ข้อนี้ฝากไว้เป็นการบ้านของกระทรวงดีอีให้เร่งดำเนินการ เพื่อพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลในภูมิภาคให้ได้
“นอกจากนี้แล้วที่เราเคยคิดว่า 5จี เกิดขึ้นยาก ประเมินว่าถ้าจะให้เกิดในอีก 5 ปีนั้นช้าไป เพราะจีนกำลังจะเปิดใช้ 5จี ในปีหน้าแล้ว ดังนั้นเมื่อ 5จี เกิด ทุกประเทศจะโหมไปสู่ 5จี ประสิทธิภาพภาคการผลิตจะเพิ่มขึ้นมาก รัฐบาลจึงตั้งเป้าว่าจะใช้ 5จี ในปี 2563 หรือภายใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งได้หารือกับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และค่ายมือถือเอกชนไว้แล้ว” นายสมคิดกล่าว

