พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การทำงานเชิงรุกร่วมกัน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นมา พบว่า แนวโน้มการโฆษณาผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเสริมที่ออกอากาศบนโทรทัศน์ภาคพื้นดินลดลง แต่ทั้งนี้การโฆษณาในพื้นที่ภูมิภาคยังน่าห่วง ได้แก่การออกอากาศบนเคเบิลทีวี วิทยุชุมชน รวมถึงเว็บไซต์ ซึ่งสำนักงาน กสทช. เร่งประสานงานองค์กรระดับภูมิภาค 3 หน่วยงานคือ สำนักงาน กสทช. ส่วนภูมิภาค กระทรวงสาธารณสุขจังหวัด และ อย. เพื่อกระชับการทำงานร่วมกัน และปิดกั้นโฆษณาผิดกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นการตรวจสอบโฆษณาที่ออกอากาศบนโทรทัศน์ภาคพื้นดิน และดาวเทียมเป็นหลัก ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้นแล้ว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน – 8 มิถุนายน 2561 เป็นสัปดาห์ที่ 5 ของการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน กสทช. และ อย. ในการตรวจสอบโฆษณาผิดกฎหมาย พบว่าในสัปดาห์ที่ 5 ไม่พบช่องทีวีดิจิทัลกระทำความผิด แต่ยังพบการโฆษณาผิดกฎหมายในช่องทีวีดาวเทียมใหม่ จำนวน 13 ช่อง 9 ผลิตภัณฑ์ ด้านวิทยุพบว่า กระทำความผิด 1 สถานี และกำลังตรวจสอบอีก 6สถานี สำหรับการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ยังพบผู้กระทำความผิดจำนวนมาก โดยตรวจพบเว็บไซต์ที่มีการโฆษราผิดกฎหมายเพิ่มเติม 50 URL รวมทั้งสิ้น 160 URL ที่เคยตรวจพบ ทั้งนี้สำนักงาน กสทช. กำลังประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการไอเอสพี ให้ปิดกั้น URL ที่มีการโฆษณาผิดกฎหมายลง
นายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ยังคงพบโฆษณาที่ผิดกฎหมายอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาว่า เป็นยารักษาโรค ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีการโฆษณาทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง เช่น โฆษณาว่าสามารถลดผมร่วง ทำให้ผมหนาขึ้น ลดอาการคันศีรษะ เป็นต้น ส่วนการโฆษณาผ่านเว็บไซต์พบโฆษณาขายยาทำแท้ง และเสริมสมรรถภาพทางเพศ ยาถือเป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าทั่วไป ไม่อนุญาตให้ขายในเว็บไซต์ หรือนอกสถานที่ขายยาได้ โดยผู้ที่จะขายยาต้องมีใบอนุญาต ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกรเท่านั้น ขณะที่ผู้บริโภค สามารถตรวจสอบเลขจดแจ้ง อย. ได้ที่ เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th
(ชมคลิป)

