นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าในแต่ละภูมิภาคกำลังหารือกับภาคเอกชนและประชาชน เพื่อคัดเลือกและรวบรวมโครงการพื้นฐานว่ามีความต้องการด้านใดบ้าง คาดว่าจะรวบรวมได้ประมาณ 60 โครงการ เพื่อเข้าหารือร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาว่าโครงการต่างๆ ที่เอกชนเสนอโครงการใดบ้างที่ดำเนินการไปแล้ว โครงการใดยังไม่ดำเนินการ หรือบางโครงการที่ดำเนินการอยู่ยังติดขัดเพื่ออัพเดตข้อมูลกับเอกชน
“รัฐบาลดำเนินการอะไรเพิ่มเติมบ้าง ก็มีคนเสนอนู้นเสนอนี่ จึงให้หอการค้าแต่ละภาคไปรวบรวมข้อมูลมาว่า Top10 โครงการอินฟราสตรักเจอร์ที่อยากได้ เช่น ทำถนนเชื่อมโยงเส้นทางการค้าขายและกำลังเดือดร้อน อย่างภูเก็ตอยากให้ขยายสนามบิน เพื่อรองรับโดยสารและเที่ยวบินจำนวนมาก รัฐบาลก็มีแผนไปก่อสร้างที่พังงา หรือสนามบินเชียงใหม่ ที่ได้มีแผนขยายไปสร้างพื้นที่ใกล้ๆ เป็นต้น”
นายกลินท์กล่าวว่า โครงการนี้ภาครัฐดำเนินการอยู่ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เอกชนเคยเสนอไปแล้วเมื่อ 2-3 รัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลรับหลักการแล้ว แต่อาจจัดลำดับอยู่ในระดับหลังๆ ซึ่งแต่ละโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่มูลค่าหลักหมื่นล้านบาท ขณะนี้แต่ละหอการค้าได้มีการทยอยส่งข้อมูลเข้ามาแล้ว โดยโครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่เอกชนต้องการให้เกิดขึ้น จะมีการรวบรวมและนำเสนอกับกระทรวงคมนาคมภายในเดือนมิถุนายนนี้ และจะติดตามควบคืบหน้าต่อไป
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หอการค้าจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง 7 จังหวัดในการจัดทำแผนทัวร์ริมโขงร่วมกับภาครัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ประกอบด้วยบึงกาฬหนองคาย นครพนม มุกดาหาร เลย อำนาจเจริญ คาดว่าจะลงนามสัญญากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเร็วๆ นี้
นายปรัชญา สมะลาภา ประธานกรรมการพัฒนาพื้นที่ เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคตะวันออก เตรียมเสนอโครงการทั้งที่เป็นโครงการปัดฝุ่นและโครงการใหม่ๆทั้งรถไฟเชื่อมต่อในเขตเศรษฐกิจ ท่าเรือ และถนนเส้นต่างๆ โดยปกติจะเสนอผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) แต่ตอนนี้กระทรวงคมนาคมต้องการให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสอดคล้องกับคนในท้องถิ่น อยากให้หอการค้าไทยไปรวบรวมโครงการทั่วประเทศและจัดลำดับความสำคัญที่จะลงทุนใหม่

