บิ๊กร.ร.ฟ้องก.ค.ศ.รอบ2 จ่อร้างผู้บริหารกว่า 9.5 พันตน.-ผอ.เตรียมฯ หอวัง สวนกุหลาบตบเท้าเกษียณ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นายรังสิมันต์ ยาละ  ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย ให้สัมภาษณ์มติชนออนไลน์ ว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ตนได้ยื่นฟ้อง คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กับศาลปกครองกลางให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตาม ว24/2560  ซึ่งเคยถูกนายเฉลิมเกียรติ  แก้วกนก ฟ้องกับก.ค.ศ.ให้ทุเลาการบังคับตามข้อ 10 และข้อ 11 ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ด่วนที่สุดที่ ศธ 0206.4/ ว24 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ทำให้การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาครั้งก่อนถูกระงับ  และ เมื่อเร็ว ๆ ศาลปกครองอุบลราชธานี  มีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คบ.51/2561 ในคดีหมายเลขดำที่ บ.75/2560 ระหว่างนายเฉลิมเกียรติ ผู้ฟ้องคดี กับก.ค.ศ. ส่งผลให้ สพฐ.ดำเนินการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาได้ตามขั้นตอน  ซึ่งกำหนดให้ กระบวนการย้ายจะต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 16 พฤษภาคม 2561

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การฟ้องครั้งนี้ เป็นการฟ้องคนละประเด็นกับนายเฉลิมเกียรติ ซึ่งฟ้องในเรื่องการกำหนด หลักเกณฑ์การย้ายตามขนาดโรงเรียน ดังนี้ 1.ย้ายไปในสถานศึกษาขนาดเดียวกัน ภายในจังหวัดเดียวกันก่อน 2.ย้ายในสถานศึกษาขนาดเดียวกัน จังหวัดใกล้เคียง 3.ย้ายไปยังสถานศึกษาขนาดใกล้เคียงกัน ภายในจังหวัดเดียวกัน 4.ย้ายไปในสถานศึกษาขนาดใกล้เคียงกัน จังหวัดใกล้เคียงกัน 5.ย้ายไปสถานศึกษาต่างประเภท หรือข้ามขนาดสถานศึกษาที่เกินว่า 1 ขนาด ภายในจังหวัดเดียวกัน และ6.พิจารณาย้ายไปสถานศึกษาต่างประเภท หรือข้ามขนาดสถานศึกษาที่เกินกว่า 1 ขนาด จากจังหวัดอื่น  แต่ตนฟ้องกรณีกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องขอย้ายตามข้อ 1.1และข้อ 1.3ใหม่ตามว 24 ดังนี้ 1.1  ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว ในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายนของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย  ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับการพิจารณาย้ายในรอบการย้ายปี 2559 ทั่วประเทศจะไม่สามารถเขียนคำร้องขอย้ายในรอบปี 2561 ได้ทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน เพราะบางเขตพื้นที่ฯดำเนินการย้ายเรียบร้อย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 แต่บางเขตพื้นที่ฯ ย้ายเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2559 หากกำหนดให้นับถึงวันที่ 30 กันยายนของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย ก็จะทำให้ผู้ที่ย้ายในเดือนพฤศจิกายน 2559 เสียสิทธิในการย้ายรอบนี้ทันที

“เรื่องนี้ผมพร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนอีกประมาณ 30 คน  เคยยื่นหนังสือถึงนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ.  แล้วต่อมามีหนังสือตอบกลับ ระบุให้ก.ค.ศ. ดำเนินการแก้ไข แต่เรื่องก็เงียบ ดังนั้นผมและผู้อำนวยการที่ได้รับผลกระทบ จึงหารือและเห็นว่า ต้องฟ้องศาลปกครองให้มีคำสั่งเพิกถอนหลักเกณฑ์ดังกล่าว  โดยจะต้องฟ้องภายหลังจากเกณฑ์ประกาศใช้แล้ว 1 ปี ซึ่งเกณฑ์ว 24  ประกาศใช้วันที่ 1 สิหาคม 2560  ดังนั้นผมจึงต้องยื่นฟ้องภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ทั้งนี้ผมและผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสียสิทธิ รู้ว่า หากศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หรือ ทุเลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์ ว24/2560 อีก การย้ายผู้บริหารสถานศึกษารอบนี้ ก็จะต้องระงับไว้ก่อน เพื่อให้ ก.ค.ศ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรม โดยส่วนตัวอยากให้ตัดคุณสมบัติเรื่องการกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 24 เดือนออกและกลับไปกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตาม ว 9 ซึ่งกำหนด ให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอย้าย    เช่นเดิม หรือ ขยายเวลาให้นับถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน เพื่อให้กลุ่มที่ย้ายในเดือนพฤศจิกายน  2559 ไม่เสียสิทธิ สามารถนับเวลาปฏิบัติงานได้ครบ 24 เดือน หรือถ้าเป็นไปได้อยากขอให้ยกเลิก ว24 และกลับมาใช้ว9 ตามเดิม” นายรังสิมันต์ กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมสพฐ. กำหนดว่า หลังการย้ายเรียบร้อบ จะต้องดำเนินการจัดสอบผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งทั้งสองตำแหน่ง กำลังเกิดปัญหาอย่างหนัก เพราะมีหลายโรงเรียนต้องร้างผู้บริหาร ต้องให้รองผู้อำนวยการโรงเรียน หรือให้ผู้อำนวยการโรงเรียนใกล้เคียงมานั่งรักษาการแทน ทำให้กระทบต่อคุณภาพการศึกษา โดยขณะนี้ขาดผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียนอีกกว่า 7,000  อัตรา และในวันที่ 30 กันยายนนี้  มีผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการโรงเรียนเกษียณอายุราชการเพิ่มอีก 2,596 อัตรา รวมแล้วหากสพฐ.ไม่สามารถดำเนินการย้ายและจัดสอบผู้บริหารสถานศึกษาได้ จะทำให้มีตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ว่างประมาณ 9,569 อัตราผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เฉพาะโรงเรียนดังในกรุงเทพฯ มีผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกษียณอายุราชการ วันที่ 30 กันยายน 2561 ดังนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กทม.  จำนวน 10 โรงเรียน  ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์   โรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ  โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม  โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์  โรงเรียนฤทธิ์ณรงค์รอน  โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร และรองผู้อำนวยการโรงเรียนอีก 95 อัตรา

สพม. เขต2 กทม.  ผู้อำนวยการโรงเรียน 7 ตำแหน่ง  ดังนี้ โรงเรียนเทพลีลา โรงเรียนนวมินทราชูทิศ บดินทรเดชา  โรงเรียนนวมินทราชูทิศ เบญจมราชาลัย โรงเรียนนวมินทราชูทิศ สตรีวิทยา 2 โรงเรียนบดินทรเดชน (สิงห์ สิงหเสนี) โรงเรียนบางกะปิ และโรงเรียนหอวัง  และรองผู้อำนวยการโรงเรียนอีก  92 อัตรา

บทความก่อนหน้านี้‘น้องไมร่า’ เจ๋ง!! รับบทนางเอก “คิม” ละครเวทีมิสไซง่อน ทัวร์อเมริกา เริ่ม 21 ก.ย.นี้
บทความถัดไปปตท. ชวนแฟนกีฬาเชียร์ทัพไทยติดขอบสนามเอเชี่ยนเกมส์2018