ก.ค.ศ.รอแจงศาล เหตุ‘บิ๊กร.ร.’ฟ้อง ว24 ชี้สพฐ.เดินหน้าย้าย สรรหาผอ.-รองต่อได้

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายพินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์  เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ ยาละ  ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย ยื่นฟ้อง คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กับศาลปกครองกลางให้เพิกถอนหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตาม ว24/2560 กรณีกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องขอย้ายตามข้อ 1.1และข้อ 1.3ใหม่ตามว 24 ดังนี้ 1.1  ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและได้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว ในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายนของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย  ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับการพิจารณาย้ายในรอบการย้ายปี 2559 ทั่วประเทศจะไม่สามารถเขียนคำร้องขอย้ายในรอบปี 2561 ได้ทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน เพราะบางเขตพื้นที่ฯดำเนินการย้ายเรียบร้อย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 แต่บางเขตพื้นที่ฯ ย้ายเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2559 หากกำหนดให้นับถึงวันที่ 30 กันยายนของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย ก็จะทำให้ผู้ที่ย้ายในเดือนพฤศจิกายน 2559 เสียสิทธิในการย้ายรอบนี้ทันที ว่า  ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดคำฟ้อง แต่โดยขั้นตอนศาลจะต้องส่งหนังสื่อให้สำนักงานก.ค.ศ. ทำคำให้การก่อน  อย่างไรก็ตามหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ. และคุณสมบัติต่าง ๆ ตาม ว24 กำหนดไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559  ขณะที่หลักเกณฑ์ตามว9  กำหนดให้การย้ายเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2559  สาเหตุเพราะนอกจากอัตราว่างแล้ว ยังมีเรื่องการขอใช้อัตราเกษียณในปีนั้น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“อีกสาเหตุหนึ่งที่ก.ค.ศ. ขอให้ดำเนินการย้ายในรอบปี 2559 ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ตุลาคม  เพราะเดือนพฤศจิกายนตรงกับช่วงเปิดภาคเรียน เจตนาจึงต้องการให้กระบวนการย้ายผู้บริหารแล้วเสร็จก่อนเปิดเทอม  แต่ยอมรับว่า ตามข้อเท็จจริง ทางปฏิบัติ อาจจะมีบางเขตพื้นที่ฯ หรือบางจังหวัด ดำเนินการไม่ทันแล้วไปย้ายเสร็จในเดือนพฤศจิกายน  ซึ่งประเด็นนี้อาจต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ตอนนี้ผมไม่อยากพูดอะไรมาก  เพราะขณะนี้ศาลยังไม่ส่งให้ทางก.ค.ศ. แก้คำฟ้อง  รอให้ศาลพิจารณาก่อน โดยระหว่างนี้หลักเกณฑ์การย้าย การบรรจุแต่งตั้งและการสรรหา  สพฐ. ยังสามารถดำเนินการได้ ยกเว้นจะกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ จะต้องเสนอให้คณะกรรมการก.ค.ศ. พิจารณา “นายพินิจศักดิ์กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการฟ้องเกิดขึ้น สพฐ.ต้องชะลอการย้ายรอบนี้ไว้ก่อนหรือไม่ เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะทางศาลยังไม่ส่งคำฟ้อง มา ให้ก.ค.ศ. ทำคำให้การ เพราะโดยกระบวนการก.ค.ศ. ต้องชี้แจงก่อน ว่า  การดำเนินการของก.ค.ศ. ไปลิดรอนสิทธิของผู้ฟ้องอย่างไร  ส่วนกรณีที่ผู้ฟ้องขอให้ตัดคุณสมบัติเรื่องการกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 24 เดือนออกและกลับไปกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตาม ว 9 ซึ่งกำหนด ให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอย้าย หรือ ขยายเวลาให้นับถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน เพื่อให้กลุ่มที่ย้ายในเดือนพฤศจิกายน  2559 ไม่เสียสิทธิ  สามารถนับเวลาปฏิบัติงานได้ครบ 24 เดือน หรือถ้าเป็นไปได้อยากขอให้ยกเลิก ว24 และกลับมาใช้ว9 ตามเดิม นั้น  ก.ค.ศ. คงต้องยึดการดำเนินการตามหลักทั่วไป ซึ่งโรงเรียนจะเปิดเทอมในเดือนพฤศจิกายน และส่วนใหญ่ต้องการนำอัตราเกษียณมาใช้ในการรับย้ายด้วย  ซึ่งตามกรอบให้ยื่นคำร้องให้แล้วเสร็จตั้งแต่เดือนสิงหาคม และแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม  หากเป็นตามกรอบเวลาดังกล่าว ทางก.ค.ศ. คิดว่าจะเกิดประโยชน์กับทางราชการมากกว่า  ซึ่งในว9 ก็กำหนดให้แล้วเสร็จในวันที่ 25 ตุลาคม  ในส่วนกรณีของระยะเวลาการปฏิบัติงานในตำแหน่งในสถานศึกษา ที่เพิ่มจาก ว9 ที่กำหนดไว้  12 เดือน เป็น 24 เดือนนั้น ก.ค.ศ. ในขณะนั้นมองว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ควรได้อยู่ปฏิบัติงานมากกว่า 12 เดือนในโรงเรียนแห่งเดิม จึงกำหนดเพิ่มเป็น 24 เดือน ไม่เช่นนั้น ก็จะเกิดปัญหาผู้บริหารขอย้ายทุกปี ทำให้ไม่สามารถพัฒนาโรงเรียนได้อย่างเต็มที่