เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)กาญจนบุรีเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551 ที่แต่งตั้งนายปัญญา การพานิช เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดีมรภ.กาญจนบุรี โดยศาลวินิจฉัยว่าการแต่งตั้งรักษาการอธิการมรภ.กาญจนบุรี เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) เตรียมยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความชัดเจนว่า คำสั่งศาลปกครองดังกล่าว ถือเป็นคำตัดสินที่มีผลเฉพาะ มรภ.กาญจนบุรีเท่านั้น และไม่มีผลย้อนหลังเพราะนายปัญญา เกษียณอายุราชการไปนานแล้ว
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า ข้อกฎหมายสามารถตีความได้หลายแบบ ทั้งพ.ร.บ.มรภ. พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา รวมถึงมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และประกอบมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ 37/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา โดยมีสาระสำคัญคือให้สถาบันอุดมศึกษามีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน สำหรับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอื่นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและกฎหมายจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา แต่มาตรา 44 ดังกล่าว ก็ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน ซึ่งตามจริงควรจะเขียนให้ชัดเลยว่า ไม่กำหนดอายุผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี หรือรักษาการแทนอธิการบดี
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหากทปสท. จะยื่นหนังสือเพื่อขอความชัดเจนเรื่องคุณสมบัติผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดี หรือรักษาการอธิการบดีนั้น ตนพร้อมจะรับฟังความคิดเห็น และเห็นด้วยว่าเรื่องนี้ควรจะมีความชัดเจน เพราะกฎหมายเองเขียนไว้ให้ตีความได้หลายแบบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมรภ.กาญจนบุรี จะส่งผลให้ต้องชะลอการเสนอชื่ออธิการบดีขึ้นโปรดเกล้าฯ หรือไม่ เพราะหลายแห่งโดยเฉพาะ มรภ.ผู้ได้รับการเสนอชื่ออายุเกิน 60 ปี นายสุภัทร กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้มีมหาวิทยาลัยที่เสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นอธิการบดีให้สกอ. พิจารณามากกว่า 10 แห่ง แต่คงไม่จำเป็นต้องชะลอมหาวิทยาลัยอื่น เพราะคำสั่งดังกล่าว มีผลเฉพาะมรภ.กาญจนบุรีเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ตนจะให้อนุกรรมการด้านกฎหมายดูรายละเอียดข้อกฎหมายให้รอบคอบอีกครั้ง
นายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมรภ.อุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหา ต่างคน ต่างตีความข้อกฎหมายคนละแบบ ทั้งนี้ในส่วนของมรภ.กาญจนบุรี หากอ่านคำพิพากษาดี ๆ จะเห็นว่าสาเหตุหลักที่ศาลให้การแต่งตั้งนายปัญญา เป็นรักษาการแทนอธิการบดีมรภ.กาญจนบุรี มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายปัญญา นั่งอยู่ในที่ประชุมสภามรภ.กาญจนบุรี ในครั้งนั้นด้วย ซึ่งโดยหลักการการแต่งตั้งรักษาการแทนอธิการบดี ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจะต้องออกจากที่ประชุม ส่วนข้อกฎหมายต่าง ๆ เป็นเพียงคำอธิบายเพื่อเชื่อมโยงข้อกฎหมาย
“ผมเห็นด้วยว่า เรื่องนี้ควรต้องทำให้ชัดเจน เช่น แก้กฎหมาย และเขียนคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี หรือรักษาการอธิการบดีให้ชัด ว่ากำหนดอายุหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาฟ้องร้องเรื่องนี้อีก ยอมรับว่ามรภ.ทั่วประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่งอธิการบดีอายุเกิน 60 ปีแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะมรภ.เท่านั้น มหาวิทยาลัยอื่น ๆ อย่างเช่น กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) หรือกระทั่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เองก็เกษียณอายุราชการแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเรื่องนี้ขัดข้อกฎหมายจริง คงต้องไปพร้อมกันหมด ”นายเรืองเดช กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นในการประชุมทปอ.มรภ. ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
– ศาลชี้ผู้เกษียณหมดสิทธินั่งอธิการฯ หลังสภามรภ.กาญจนบุรีตั้ง’ปัญญา’

