‘สุชัชวีร์’ ชี้ปี’62 มหา’ลัยต้องปรับตัวแบบหักศอก ลดวิชาบังคับเพิ่มวิชาเลือก ให้นศ. มีอิสระในการเรียนรู้

กรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ให้สัมภาษณ์เรื่องประเทศไทยกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ว่าตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ประเทศไทยและโลก จะมีการเปลี่ยนแปลงที่นำมาสู่ความปั่นป่วน สับสนอลหม่านของผู้คนอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยทุกคนต้องเผชิญ 3 ประเด็นท้าทาย คือ1.การเผชิญกับโลกของความสุดโต่งในหลากหลายมิติ ทั้งทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และการเมือง 2.การเผชิญโลกของความย้อนแย้งของผู้คนในสังคม และ3.การเผชิญกับโลกของความปั่นป่วน จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับมือ คือการเตรียมอาชีพสำหรับอนาคตจะต้องใช้องค์ความรู้ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมหาวิทยาลัยจะต้องจัดหลักสูตรระยะสั้นๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ อินเตอร์เน็ตประยุกต์ เป็นต้น ปรับระบบการเรียนการสอนของตนเอง จากการเรียนในห้องเรียนในลักษณะแบบประมวลผล และให้เหตุผลกับข้อมูล เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์นั้น

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ปี 2562 จะเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบหักศอกในหลายเรื่อง เป็นปีที่คนรู้สึกถึงภัยของปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น อย่างในประเทศไทย พบที่ปัญหาคือ นักเรียนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยน้อยลง จำนวนที่นั่งที่มหาวิทยาลัยเปิดรับมีมากกว่าจำนวนนักเรียนเป็นเท่าตัว เทคโนโลยีรุกล้ำเข้ามาเกินกว่าที่จะคาดคิดและไม่มีใครคาดเดาอนาคตเลยว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตนขอการันตีว่าจะเกิดความปั่นป่วนและโหดร้ายแน่นอน สิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับมือ และลงมือทำคือการสร้างอนาคต การสร้างมนุยษ์ที่มีความพร้อม

“ดังนั้นมหาวิทยาลัยไทยต้องปรับตัวแบบหักศอก และต้องตั้งเริ่มแต่ตอนนี้ หากคนไม่ได้คุณภาพอนาคตต่อไปจะเอาไม่อยู่ เพราะฉะนั้น มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวเองอย่างรุนแรงที่สุด คือศาสตร์และศิลป์อยู่ร่วมกัน ไม่มีพรมแดนระหว่างกัน ต้องไม่มีคณะ ไม่มีสาขา ต้องทำงานร่วมกัน และหลักสูตรจะเป็นแบบเดิมไม่ได้แล้ว ต้องมีวิชาบังคับน้อยลงและมีวิชาเลือกมากขึ้น เพราะโลกไม่เหมือมเดิม อย่ายึดติด ต้องทำให้เด็กมีความรอบรู้และมีอิสระในการเรียนรู้ให้มากที่สุด” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่มหาวิทยาลัยจะเปิดสอนในลักษณะตลาดวิชามากขึ้น เพื่อให้นักศึกษาที่จบไป หรือคนวัยทำงานเข้ามาเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะ และจะทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าสิ่งแรกที่มหาวิทยาลัยควรเน้นคือ สร้างคนรุ่นใหม่ให้มีความพร้อม ปรับหลักสูตรให้ผสมผสาน และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะนี้ ทปอ. ตื่นตัวอย่างมากที่จะเร่งช่วยเหลือมหาวิทยาลัย เพราะการเรียนการสอนแบบเดิมนั้นไม่รอดเเล้ว ต้องรีบปรับตัวโดยเร็ว จึงตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา มีนายศักรินทร์ ภูมิรัตน รองประธาน ทปอ. เป็นประธาน ซึ่ง ทปอ.จะเข้าไปลงทุนทั้งกำลังคน กำลังเงิน ในการปฏิรูปเรื่องการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย

“ส่วน สจล. ตอนนี้ตื่นตัวอย่างมาก ผมมอบนโยบายให้ทุกคณะนำเสนอหลักสูตรใหม่ๆ ที่มีความยืดหยุ่น และการเรียนนักศึกษาที่ทุกคนต้องมีความรู้ที่หลากหลาย เช่น นักศึกษาแพทย์ต้องมาเรียนร่วมกับนักนักศึกษาคณะสถาปัตย์ นักศึกษาวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ จะเรียนขับเครื่องบินแบบเดิมไม่ได้เเล้ว เพราะในอนาคตเครื่องบินยุคใหม่จะใช้หุ่นยนต์ในการขับ จึงต้องเรียนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกับการขับเครื่องบิน เป็นต้น” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายศักรินทร์ ภูมิรัตน กล่าวว่า ทปอ. มอบหมายงานให้ตนทำคือ การปฏิรูปการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา โดยมีประเด็นสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องร่วมกันหารือว่าจะช่วยกันผลักดันอย่างไร เช่น ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่กว้างหน้ามากขึ้น มีหลักสูตรใดบ้างที่จะต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีคุณภาพ ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองบ้างเเล้ว แต่ ทปอ.จะมาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันอีกครั้ง และศึกษากฎเกณฑ์ กฎระเบียบต่างๆ ที่กำหนดไว้แต่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆ ยากขึ้น จะหยิบยกขึ้นมาหารือกันว่าจะสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อให้ได้หลักสูตรใหม่ๆ และทำให้การเรียนการสอนเกิดการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงได้

“เรื่องความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้พูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอในที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับอุดมศึกษา และคณะกรรมการวิชาการ ทปอ. อยู่เเล้ว อย่างไรก็ตามจะผลักดันให้มหาวิทยาลัยปรับตัวเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาในอนาคต ไม่ใช่แค่นักศึกษาเท่านั้นที่มหาวิทยาลัยควรปรับตัวเข้ามาสอนคนในวัยทำงานเพื่อเพิ่มทักษะให้กับตัวเองด้วย” นายศักรินทร์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้“กระทรวงดีอี” มอบกฎหมายดิจิทัล 6 ฉบับ เป็น “ของขวัญปีใหม่” ให้กับคนไทย
บทความถัดไป“กลุ่มเรือด่วนเจ้าพระยา”แตกไลน์ธุรกิจเรือด่วนติดแอร์ เอาใจคนเมือง! คาดให้บริการปี63