เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (153) 成语故事 (一五三)

(ที่มาภาพ http://image.baidu.com)

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 一鼓作气/一鼓作氣 yì ɡǔ zuò qì (อี้ กู่ จั้ว ชี่) โดย คำว่า 一yī,yì (อี,อี้) แปลว่า หนึ่ง ในที่นี้จะหมายถึงอย่างเด็ดเดี่ยว 鼓 ɡǔ (กู่) แปลว่า กลอง 作zuò (จั้ว) แปลว่าทำ ในที่นี้หมายถึงสร้าง(กำลังใจ)气qì (ชี่) แปลว่า ลม อากาศ ในที่นี้หมายถึงพลัง กำลังใจ แรงฮึดสู้ เมื่อรวมกันแล้ว จะหมายถึงตีกลองหนึ่งทีสร้างกำลังใจให้ฮึกเหิม หมายถึงการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว การฮึดสู้ขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว โดยมักจะใช้กับการต่อสู้ หรือการทำภารกิจอันใดที่อาจต้องใช้เวลา มีความยาก มีความเสี่ยง แต่ก็ตัดสินใจทำให้เสร็จได้ด้วยแรงฮึดครั้งเดียว ซึ่งอาจจะใกล้เคียงกับสุภาษิตไทยที่ว่ากัดฟันสู้ แม้จะไม่เหมือนกันเสียทีเดียวแต่ก็น่าจะทำให้เข้าใจได้บ้าง ทีนี้มาดูเรื่องราวในภาษิตคำนี้กัน

จีนในยุคชุนชิว 春秋Chūn Qiū เมื่อยามที่รัฐฉี 齐国/齊國Qí Guó (ฉีกั๋ว) เข้มแข็งมากนั้น ก็มักจะยกกำลังไปบุกโจมตีรัฐอื่นๆ เพื่อแย่งเอาดินแดนหรือขยายดินแดนตัวเองไปเรื่อยๆ ทำให้เป็นที่เดือดร้อนของบรรดารัฐข้างเคียง ในที่นี้ก็มีรัฐหลู่ 鲁国/魯國Lǔ Guó หลู่กั๋ว ก็เป็นรัฐเล็กรัฐหนึ่งที่ตกเป็นเป้าหมายการรุกรานของรัฐฉี ก่อนเกิดศึกใหญ่ของทั้งสองรัฐนั้น มีเรื่องเล่าว่า เมื่อตอนที่รัฐฉียกกองกำลังมาบุกประชิดดินแดนรัฐหลู่นั้น เจ้าผู้ครองนครรัฐหลู่ได้ทรงเรียกไพร่พล เตรียมกองทัพเพื่อออกต้านทานกองทัพรัฐฉีอย่างขยันขันแข็ง แต่ไม่ว่าทำเช่นไร ก็ไม่อาจขยายกองทัพให้ได้มากดังที่ต้องการ เสบียงกรังก็กะเกณฑ์หามาได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย ท่านจึงกลุ้มพระทัยยิ่งนัก ในตอนนี้เอง ก็มีชาวเมืองหลู่คนหนึ่ง นามว่า เฉากุ้ย 曹刿/曹劌 Cáo Guì ได้ขอเข้าเฝ้าเจ้าเมืองหลู่ เนื่องจากเฉากุ้ยคนนี้ไม่ได้เป็นนักการทหาร

ไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่มีชื่อเสียงใดๆเลย กว่าเขาจะเข้าพบเจ้าเมืองนั้น ต้องผ่านด่านต่างๆ มากมาย สุดท้ายเจ้าเมืองหลู่ก็อนุญาตให้เข้าพบ เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าเมืองแล้ว เฉากุ้ยก็ถามเจ้าเมืองทันทีว่า กองทัพฉียกทัพอันเกรียงไกรมาบุกประชิดเมืองเรา ท่านมีเหตุผลอันใดที่จะโน้มน้าวประชาชนทั้งประเทศให้ร่วมสู้กับท่านอย่างสุดชีวิต เจ้าเมืองหลู่โดนยิงคำถามที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ก็ตอบไปว่า เมื่อยามปกติ ข้าก็จะแจกจ่ายเสื้อผ้า เหล้า ปลา อาหารให้กับเหล่าขุนนางอยู่เสมอ โดยมิได้เก็บเอาไว้บำเรอสุขแต่เพียงผู้เดียว เฉากุ้ยตอบว่า ความดีอันน้อยนิดนี้ยังไม่มีเหตุผลมากพอ เจ้าเมืองหลู่จึงพูดอีกว่า ในยามที่ทำพิธีกรรมเซ่นไหว้สวรรค์ ข้าจะใช้สัตว์ ของมีค่า เสื้อผ้าไหมอย่างดีเป็นเครื่องเซ่น และแจ้งทรัพย์สินสมบัติแห่งรัฐที่มีทั้งหมดให้กับสวรรค์ได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยมิกล้าปิดบัง เฉากุ้ยก็ตอบอีกว่า ความซื่อสัตย์ต่อเทพสวรรค์เหล่านี้เป็นเพียงความดีอันน้อยนิด เหตุผลยังไม่หนักแน่นพอ เจ้าเมืองหลู่จึงพูดต่อว่า คดีความน้อยใหญ่ในเมืองแห่งนี้ มีมากมายมหาศาล แม้นว่าข้าไม่อาจจะพิสูจน์ความจริงให้แจ่มชัดได้ทุกคดีความ แต่ข้าก็ให้ความยุติธรรมตามกฎหมายอย่างที่สุดแก่ประชาชนทุกคนของข้าอย่างเท่าเทียมกัน เฉากุ้ยบอกว่า อันนี้แหละคือความดี ที่ท่านจะใช้เป็นข้ออ้าง ในการรวบรวมพลทั้งประเทศให้ร่วมต่อสู้กับท่านได้ หลังจากนั้นการเกณฑ์ทหาร การระดมเสบียง การสร้างกำแพงเมือง ทุกอย่างจึงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน เมื่อยามกองทัพทั้งสองเผชิญหน้ากัน เฉากุ้ยก็ได้ติดตามเจ้าเมืองหลู่ออกรบด้วย ในสนามรบ กองทัพของฝ่ายฉี ลั่นกลองศึกชุดแรกให้สัญญาณกองทัพเตรียมพร้อมออกรบ เจ้าเมืองหลู่ก็สั่งให้ลั่นกลองรบด้วยเช่นกัน แต่ถูกเฉากุ้ยร้องห้ามไว้ จนเมื่อกองทัพฉีลั่นกลองรบไปแล้วสามชุด เฉากุ้ยจึงค่อยบอกให้เจ้าเมืองหลู่สั่งให้ลั่นกลองรบได้ และก็สามารถรบเอาชนะกองทัพฉีได้อย่างสวยงาม ต่อมาเจ้าเมืองหลู่ถามเหตุผล เฉากุ้ยจึงอธิบายว่า กองทัพฉีนั้นมีกำลังและเข้มแข็งกว่ากองทัพหลู่มาก การปะทะซึ่งหน้าย่อมไม่อาจสู้ได้ ต้องใช้กลยุทธ์ที่แยบยล เมื่อกองทัพฉีลั่นกลองรบชุดแรกนั้น ทำให้กองทัพฉีตื่นตัว เตรียมพร้อม และฮึกเหิมอยากรบประจัญบานเต็มที่ แต่กองทัพหลู่ยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีทีท่าว่าจะรบด้วย ก็ค่อยๆ ลดความตื่นตัว ลดความฮึกเหิมลง พอลั่นกลองรบชุดที่สอง ก็ไม่เห็นกองทัพหลู่ยกออกมารบด้วย ก็จะขาดความระมัดระวัง โดยคิดว่ากองทัพหลู่ที่เงียบเพราะขี้ขลาดไม่กล้ารบด้วย พอกองทัพฉีลั่นกลองรบในชุดที่สาม ก็ยังไม่เห็นกองทัพหลู่ลั่นกลองออกรบด้วย ก็จะทำให้กองทัพฉีเกิดความเหนื่อยหน่ายและประมาท ในตอนนี้นี่เอง เมื่อท่านสั่งให้ลั่นกลองรบได้เต็มที่ กองทัพหลู่อดกลั้นที่ต้องรอมานาน จึงระบายออกด้วยการบุกโจมตีกองทัพฉีอย่างรวดเร็วและดุดัน กองทัพอันยิ่งใหญ่ของรัฐฉีต้องแตกพ่ายกลับไป จึงเป็นที่มาของการใช้กำลังที่น้อยกว่ารบชนะกองกำลังที่มากกว่า

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:一口气把工作做完。

成語比喻:一口氣把工作做完。

Chénɡyǔ bǐyù:Yì kǒuqì bǎ ɡōnɡzuò zuò wán.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : อี้ โข่วชี่ ป่า กงจั้ว จั้ว หวาน

สุภาษิตเปรียบว่า ทำงานให้เสร็จในอึดใจเดียว

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

今天大家一鼓作气,把剩下的工作干完。

今天大家壹鼓作氣,把剩下的工作幹完。

Jīntiān dàjiā yì ɡǔ zuò qì, bǎ shènɡ xià de ɡōnɡzuò ɡàn wán.

จินเทียน ต้าเจีย อี้ กู่ จั้ว ชี่, ป่า เซิ่ง เซี่ย เตอะ กงจั้ว ก้าน หวาน

วันนี้ ทุกคนฮึดขึ้นมา ทำงานที่เหลือจนเสร็จสิ้น

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

บทความก่อนหน้านี้งาน ‘1 ปี อนาคตใหม่’ ปชช.ร่วมคึกคัก พรรคเลี่ยงดราม่า ปรับป้ายงานไม่บังชื่อหอประชุมใหญ่ มธ.แล้ว
บทความถัดไปตำรวจโคราช ยึดกัญชาอัดแท่งหนัก 654 กก. คาดคนร้ายจอดทิ้งหนีด่าน 3 วันก่อน