ผจก.กรุงเทพคริสเตียน จี้เปลี่ยน ‘ปธ.-2 กก.’ สอบสวน อ้างมีส่วนได้เสีย จี้ยุติ ‘คำสั่งพักงาน 30 วัน’

ผจก.กรุงเทพคริสเตียน จี้เปลี่ยน ‘ประธาน-2 กก.’ สอบสวน อ้างมีส่วนได้เสีย วอน สช.ร่วมเป็นกรรมการสอบ จี้ยุติ ‘คำสั่งพักงาน 30 วัน-ตั้งรักษาการ’ ซัดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่สมาคมศิษย์เก่าใช้โอกาสวันสถาปนา 167 ปี แถลงให้กำลังใจผู้อำนวยการ

กรณีนายวัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยา และนายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทำหนังสือถึง มน.วิศาล มหชวโรจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม มน.วิศาล, นายศักดิ์ศิษฏ์ ม่วงศักดิ์ และมัคนายกสุสันต์ ภัทรธรรมมาศ ที่ปรึกษากฎหมายสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้เชิญนายวัชรพงษ์และนายศุภกิจ เข้าพบเพื่อพูดคุยถึงปัญหาด้านการบริหารจัดการของโรงเรียน โดยมีผลสรุปให้นายวัชรพงษ์และนายศุภกิจ เซ็นเอกสารยอมรับว่าดำเนินการผิดขั้นตอน และขอให้รับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง แต่กรรมการบริหารภายในโรงเรียน เห็นว่าควรแต่งตั้งกรรมการพิจารณาสอบสวนอย่างเป็นทางการ และขอยกเลิกการทำจดหมายเซ็นยินยอมเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ทำให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อดำเนินการสอบสอนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ก่อนเสนอสภาคริสตจักรในประเทศไทยต่อไป แต่ทั้งนี้สภาคริสตจักรฯ เห็นว่ากำลังเป็นที่สนใจของสาธารณชน จึงควรแล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์นั้น

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดกิจกรรมครบรอบการก่อตั้งโรงเรียน 167 ปี ทางสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้แถลงข่าวให้กำลังใจผู้อำนวยการโรงเรียน และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนกรรมการบางคนที่ไม่เป็นกลาง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมตรวจสอบ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า ที่บีบให้ผู้อำนวยการโรงเรียนลาออก เนื่องจากประเด็นให้นักเรียนสวมชุดไปรเวตมาเรียนนั้น ไม่เป็นความจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ดร.วัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการดำเนินงานสภาคริสตจักรในประเทศไทย เรื่องขอคัดค้านกรรมการสอบสวนเป็นรายบุคคลและขอให้เพิ่มเติมรายละเอียดของข้อกล่าวหา ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 โดยมีสาระดังนี้ เพื่อให้กระบวนการสอบสวนและพิจารณา เป็นไปด้วยความเป็นธรรมตามหลักและมาตรฐานของกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อความโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม มีส่วนได้เสียของโรงเรียน จึงขอให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

1.ขอให้จัดส่งสำเนาข้อกล่าวหาพร้อมรายละเอียดว่าการดำเนินการแต่ละข้อ มีข้อเท็จจริงที่เป็นฐานในการกล่าวหาว่าผิดระเบียบข้อบังคับข้อใด เกิดความเสียหายประการใด พร้อมหลักฐานสนับสนุน เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับข้อมูลเพื่อชี้แจงได้อย่างเหมาะสม เป็นประโยชน์ เป็นไปตามหลักประกันความเป็นธรรม และเพื่อชี้แจงได้อย่างไม่หลงประเด็น 2.ขอคัดค้านคณะกรรมการสอบสวนและพิจารณาความผิดที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามหนังสือที่ สด.103/1353/2019 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2562 เพราะคณะกรรมการอาจมีส่วนได้เสียในประเด็นกล่าวหา ซึ่งมีผลให้การพิจารณาอาจไม่เป็นกลาง ไม่เป็นที่ยอมรับแก่สังคมทั่วไป ดังนี้

2.1 ประธานคณะกรรมการสอบสวนและพิจารณาความผิด มน.วิศาล มหชวโรจน์ แม้อาจถูกแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการพิจารณาได้โดยตำแหน่ง อย่างไรก็ดี อาจเป็นผู้กล่าวหาซึ่งเป็นที่มาของการสอบสวนและพิจารณาครั้งนี้ จึงย่อมต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงกับข้อกล่าวหา เนื่องจากได้แสดงความเห็นไว้ล่วงหน้าแล้วว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด อีกทั้งได้ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยในช่วงเวลาที่มีส่วนอนุมัติโครงการต่างๆ ตามที่ปรากฏในประเด็นที่มีการกล่าวหาเช่นเดียวกัน จึงอาจมีประเด็นสอบสวนที่เกี่ยวข้องซึ่งส่งผลให้สำนวนการสอบสวนและการพิจารณามีสภาพอันร้ายแรงและอาจไม่เป็นธรรมได้

นอกจากนี้ มน.วิศาล นอกจากเป็นประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนในวาระปัจจุบัน และถูกแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการสอบสวนและพิจารณาการกระทำความผิดแล้ว ก็ยังเป็นคณะกรรมการดำเนินงานของสภาคริสตจักรในคราวเดียวกันด้วย ซึ่งต้องพิจารณาข้อสรุปของคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาความผิดในครั้งนี้ การเป็นทั้งผู้ดูแลการสอบสวนพิจารณา ผู้เสนอพิจารณาและเป็นองค์คณะของผู้พิจารณาอนุมัติในคราวเดียวกัน ย่อมอาจมีสภาพขัดกันตามหลักธรรมาภิบาล ขัดมาตรฐานกฎหมายและหลักการรับฟังสองฝ่าย

2.2 คณะกรรมการซึ่งเป็นบุคคลที่สภาคริสตจักรพิจารณา 2 ท่าน ได้แก่ ทนายอำพล บงกชมาศ และ มน.สุสันต์ ภัทรธรรมาศ อาจมีส่วนร่วมในการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นอันเป็นที่มาของการกล่าวหา และทั้ง 2 ท่าน ได้แสดงความเห็นในการประชุมว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดไว้ล่วงหน้าแล้ว ย่อมขัดต่อหลักการรับฟังสองฝ่าย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จึงขอความกรุณาให้พิจารณาแต่งตั้งบุคคลอื่น โดยขอเสนอรายนามเพื่อพิจารณาคัดเลือก ดังนี้ ศจ.ดร.สินธุ์ คิมหะจันทร์ อดีตประธานสภาคริสตจักรในประเทศไทย ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริหารโรงเรียนสหบำรุงวิทยา จ.นครปฐม, ผป.ณรงค์ ปฐมกาญจนา ที่ปรึกษาคณะธรรมกิจคริสตจักรจีนนครปฐม, ศจ.วิรัตน์ เป็งกันทะ ศิษยาภิบาลคริสตจักรจีนนครปฐม, ดร.เกลียวทอง เหตระกูล อดีตคณะกรรมการอำนวยโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, ผป.ประทิน บูรณบรรพต อดีตคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, ผป.จีระศักดิ์ ประทีปะเสน อดีตคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, นายอนุสรณ์ ไทยเดชา อดีตคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, ผป.กู้ศักดิ์ สารกิตติพันธ์ อดีตผู้จัดการโรงเรียน และอดีตเหรัญญิก สภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย, นายกวิน สัณฑกุล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยและผู้บริหารองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ในระดับสากล, ทนายอภิศักดิ์ ก้องกังวาฬโชค อดีตที่ปรึกษากฎหมายสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย และ ศบ.พรสรวง จิตต์แจ้ง ศิษยาภิบาลคริสตจักรตรัง

2.3 ขอให้เปิดโอกาสให้มีตัวแทนของผู้มีส่วนได้เสีย และหน่วยงานภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาดังนี้ ผู้ปกครองจากสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, ตัวแทนกลุ่มผู้ปกครองเครือข่ายโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, ตัวแทนจากคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร, ตัวแทนศิษย์เก่าจากสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, ตัวแทนจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และตัวแทนจากกรมการปกครอง โดยขอให้ตัวแทนดังกล่าว สามารถเข้าร่วมการประชุม การไต่สวนและเปิดโอกาสให้ผู้กล่าวหา โดยไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในการพิจารณา

3.เนื่องจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้มีหนังสือขอให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้ามามีส่วนร่วมดูแลการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและนิติกรได้มีความเห็นว่าคำสั่งพักงานเป็นเวลา 30 วันและคำสั่งที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใคร่ขอให้ท่านชะลอการพักงานผู้จัดการและผู้อำนวยการ รวมถึงการแต่งตั้งรักษาการเพื่อให้โรงเรียนยังอยู่ในความสงบเรียบร้อย จนกว่าจะมีข้อสรุปทางกฎหมายที่ชัดเจน และมีข้อสรุปของการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและพิจารณาที่มีสภาเป็นกลาง เป็นที่ยอมรับ ทางโรงเรียนยินดีเข้าสู่การดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องต่อไป

บทความก่อนหน้านี้หมอแถลงข่าวทั้งน้ำตา อำลา มาเรียม ผูกพันเหมือนลูกหลานตัวเอง
บทความถัดไปผกก.สั่งลูกน้องจุดธูปบอกคนตาย อัยการยุติคดี-ให้แจ้งผู้ต้องหาไม่เอาความแล้ว