รมว.ศธ.เยียวยา ‘1.3หมื่น’ ครูธุรการ คืนสิทธิ ‘ลูกจ้างชั่วคราว-ประกันสังคม’

รมว.ศธ.เยียวยา ‘1.3หมื่น’ ครูธุรการ คืนสิทธิ ‘ลูกจ้างชั่วคราว-ประกันสังคม’

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งประเทศไทยและเครือข่ายลูกจ้างชั่วคราว สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินทางมาขอความเป็นธรรมโดยขอคืนสิทธิประกันสังคมและจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน จากเดิมที่สำนักงบประมาณไม่จัดสรรเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวทุกตำแหน่ง และให้สพฐ.ปรับวิธีการจ้างจากเดิมตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนเป็นตำแหน่งจ้างเหมาบริการว่า ปัญหากลุ่มลูกจ้างชั่วคราวสายสนับสนุนการปฏิบัติงานในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ซึ่งคือครูธุรการของโรงเรียนนั้น ตนเน้นย้ำเสมอว่าปัญหาที่เป็นความกังวลใจของบุคลากรของ ศธ.นั้นเป็นเรื่องสำคัญ และจะเร่งรัดแก้ไขให้ได้ เพราะบุคลากรเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาตามแนวทางที่ตนวางไว้

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า จากที่ตนมอบให้นายประเสริฐ บุญเรือง รักษาการปลัด ศธ. และนายอัมพร พินะสา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เข้าหารือกับผู้แทนสำนักงบประมาณและผู้แทนกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ข้อสรุปว่าสิทธิใดที่เคยได้รับจะได้รับเช่นเดิม ฉะนั้นลูกจ้างชั่วคราวสายสนับสนุนการปฏิบัติงานในสถานศึกษา จำนวน 13,204 คน ที่ได้รับเงินเดือน 15,000 บาท จะได้รับสิทธิเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนและได้รับสิทธิประกันสังคมตามเดิม ยกเว้นผู้ที่ลาออก หรือเมื่อมีอัตราว่าง และมีการรับคนใหม่เข้ามาทำงาน จะต้องเข้าสู่ระเบียบกติกาใหม่ ส่วนกลุ่มลูกจ้างที่ได้รับเงินเดือน 9,000 บาทนั้น เดิมเป็นสัญญาจ้างเหมาบริการอยู่แล้ว จะได้รับสิทธิตามสัญญาเดิมที่ทำไว้กับต้นสังกัด

“เรื่องนี้เดินหน้าได้เลย คาดว่าทางสพฐ.จะส่งหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ให้ทำสัญญาจ้างตามเดิมภายในสัปดาห์นี้ ส่วนเงินเดือนที่ค้างอยู่นั้น จะได้รับภายในวันที่ 20 ตุลาคม และปีงบประมาณหน้าก็สามารถสานต่อได้เลย จะไม่มีปัญหาติดขัดไม่ได้รับเงินเดือนอีก ขอให้สบายใจได้ ไม่ต้องกังวลที่จะเปลี่ยนเป็นจ้างเหมาบริการ ทางศธ.ได้หารือกับกรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นการสร้างกำลังใจให้กลุ่มลูกจ้างชั่วคราวได้บางส่วน ที่จะสบายใจในการทำงาน ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่มีปัญหานั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวง ที่จะมาศึกษาหาข้อมูลว่าจะบริหารจัดการแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน” นายณัฏฐพล กล่าว

บทความก่อนหน้านี้สาวขับเก๋งไปทำงาน เจอกระบะนศ.สาวยูเทิร์นตัดหน้า ตกใจแตะเบรก พลิกคว่ำดับอนาถ
บทความถัดไปเกษตรกรกระบี่เห็นด้วย ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ชี้ต้นทุนต่ำกว่า-หญ้าตายสนิท