เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (166) 成语故事 (一六六)

(ที่มาภาพ : HYPERLINK “https://image.baidu.com/search”

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 积羽沉舟/積羽沈舟 jī yǔ chén zhōu (จี ยหวี่ เฉิน โจว) โดย คำว่า 积/積jī (จี) แปลว่า สะสม ทับทม 羽 yǔ (ยหวี่) แปลว่า ขนนก ขนของสัตว์ปีก 沉/沈 chén (เฉิน) แปลว่าจม 舟zhōu (โจว) แปลว่า เรือ เมื่อรวมกันแล้วแปลว่า ขนนกจมเรือ ขนนกที่ทับถมกันบนเรือมากๆ เข้าก็จมเรือได้ ใช้อธิบาย การละทิ้งปัญหาเล็กๆ น้อย หรือการไม่สนใจแก้ปัญหาในประเด็นเล็กๆ เมื่อมันสะสมกันมากขึ้นก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ อันใหญ่โตได้ คล้ายๆ ดินพอกหางหมูนั่นเอง มาดูนิทานเรื่องนี้กัน

จีนในยุคปลายรัฐศึก 战国/戰國Zhàn Guó (จ้านกั๋ว) เป็นยุคที่รัฐทั้งเจ็ดที่ได้ต่อสู้แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันมานานหลายร้อยปีตั้งแต่ยุคชุนชิวจนมาถึงยุคจ้านกั๋ว ก็ได้เดินทางมาถึงตอนท้ายของยุคแล้ว รัฐทั้งเจ็ดที่ว่านี้ประกอบด้วย รัฐฉี 齐国/齊國 Qí Guó รัฐเยียน 燕国/燕國Yān Guó รัฐจ้าว 赵国/趙國Zhào Guó รัฐเว่ย魏国/魏國Wèi Guó รัฐหาน 韩国/韓國Hán Guó รัฐฉิน秦国/秦國Qín Guó และรัฐฉู่ 楚国/楚國 Chǔ Guó โดยในยุคนี้รัฐที่เข้มแข็งที่สุด และเป็นภัยคุกคามต่อรัฐต่างๆ ได้มากที่สุดก็คือรัฐฉิน ความเข้มแข็งของรัฐฉินนี่เอง ทำให้รัฐที่เหลือทั้งหกรัฐต้องผนึกกำลังกันต่อต้านรัฐฉิน จนเกิดเป็นพันธมิตรแห่งหกรัฐ แรกเริ่มเดิมที รัฐทั้งหลายเหล่านี้ก็สามัคคีกันดียิ่ง โดยพวกเขาได้ตกลงที่จะช่วยเหลือทางทหารต่อกัน ดังนั้น ในช่วงนี้ ไม่ว่ารัฐฉินคิดจะบุกโจมตีรัฐใด ก็กระทำได้ยากยิ่ง เพราะทุกรัฐจะช่วยกันรุมกินโต๊ะรัฐฉิน ทำให้เกิดเป็นกำลังสองฝ่ายทั้งค้ำยันกัน เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว รัฐฉินที่มีความคิดใหญ่โต มีใจที่จะควบรวมดินแดนทั้งหมดให้เป็นแผ่นเดียวกันก็ต้องคิดหนักว่าจะจัดการอย่างไรดี ในระหว่างนี้เอง เสนาบดีนามว่าจางอี๋ 张仪/張儀Zhānɡ Yí ก็เสนอแผ่นอันล้ำลึก โดยเขาเสนอโจมตีจากภายใน และโจมตีรัฐที่ใกล้ก่อนเสนาบดีจางอี๋เลือกรัฐเว่ยเป็นเป้าหมายแรก เพราะรัฐเว่ยเป็นรัฐที่เข้มแข็งที่สุดในบรรดาสามรัฐทางเหนือที่มีพรมแดนติดกับรัฐฉิน อันประกอบด้วยรัฐจ้าว รัฐเว่ย รัฐหาน เสนาบดีจางอี๋แสร้งทำเป็นไม่ลงรอยกับเหล่าผู้บริหารรัฐฉี แล้วลาออกจากตำแหน่งพร้อมทั้งอพยพโยกย้ายครัวเรือนไปอยู่ที่รัฐเว่ย แน่นอนว่าด้วยชื่อเสียงของเขา จึงเป็นที่ต้องการของฝ่ายรัฐเว่ยยิ่งนัก ดังนั้นไม่นานเขาก็ได้รับเชิญให้ไปดำรงตำแหน่งเสนาบดีที่รัฐเว่ย เมื่อเขาได้ตำแหน่งมาแล้ว ก็เสนอแผนที่ดีมีประโยชน์ต่อรัฐเว่ย มากมาย โดยเขาเองก็ค่อยๆ สอดแทรกทัศคติด้านบวกต่อรัฐฉินเข้าไปเรื่อย จนเมื่อสิ้นกษัตริย์เว่ยองค์ปัจจุบันแล้วกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นมาครองอำนาจ เขาก็ยังพยายามชี้ให้เห็นข้อดีของการคบค้ากับรัฐฉิน ข้อเสียหรือข้อด้อยของการคบค้ากับเหล่าพันธมิตรทั้งห้า เมื่อเห็นว่าเจ้านายองค์ใหม่ไม่เชื่อใจเขา เขาก็แอบส่งข่าวให้รัฐฉินยกกำลังมาบุกโจมตีรัฐเว่ย ประกอบกับช่วงนี้รัฐเว่ยก็มีเรื่องบาดหมางเล็กน้อยกับรัฐฉี ทำให้กองทัพเว่ยต้องรับศึกสองด้าน ก่อนที่รัฐเว่ยจะเพลี่ยงพล้ำมากไปกว่านี้ จางอี๋ก็ส่งข่าวให้รัฐฉินหยุดการโจมตี และส่งคนมาเจรจา เมื่อรัฐเว่ยอ่อนแอ รัฐฉีก็รีบโจมตีกองกำลังรัฐเว่ยเป็นการใหญ่จนกองทัพรัฐเว่ยแตกพ่ายที่แนวชายแดน เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาถึงเช่นนี้ จางอี๋ก็ถือโอกาสถวายคำชี้แนะให้รัฐเว่ยไปคบค้ากับรัฐฉินสะบั้นสัมพันธ์กับรัฐทั้งห้าเสีย โดยพูดประโยคหนึ่งที่ว่า ข้อเสียของการเป็นพันธมิตรกับทั้งห้ารัฐนี้แม้มองดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อย และมีน้ำหนักเบาดังขนนก แต่หากปล่อยให้เรื่องราวมันสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ขนนกที่ทับถมกันมากนี้ก็สามารถที่จะจมเรือได้เช่นกัน กษัตริย์แห่งเว่ยเมื่อฟังเช่นนี้แล้ว ก็ทรงตัดสินพระทัยไปเข้าต่อรัฐฉิน สะบั้นสัมพันธ์กับทั้งห้ารัฐเสีย

ซึ่งต่อมา เนื่องจากความแตกแยกของพันธมิตรทั้งหกรัฐนี้เอง จึงเป็นเหตุให้รัฐฉินสามารถควบรวมแผ่นดินให้เป็นแผ่นเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้การนำของจิ๋นซีฮ่องเต้นั่นเอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:细微的坏事可以汇成巨大灾难。

成語比喻:細微的壞事可以匯成巨大災難。

Chénɡyǔ bǐyù:Xìwēi de huàishì kěyǐ huìchénɡ jùdà zāinàn.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : ซี่เวย เตอะ ไฮว่ฉื้อ เขออี่ หุ้ยเฉิง จวี้ต้า ไจน่าน

สุภาษิตเปรียบว่า แม้เรื่องเลวร้ายเพียงน้อยนิด แต่มันสามารถรวมกันแล้วก่อให้เกิดเป็นมหันตภัยได้

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

不要忽视孩子们爱玩手机这毛病,若长期下去,积羽沉舟,对他们的视力和智力有着很大的影响呢!

不要忽視孩子們愛玩手機這毛病,若長期下去,積羽沈舟,對他們的視力和智力有著很大的影響呢!

Búyào hūshì háizimen ài wán shǒujī zhè máobìnɡ, ruò chánɡqī xiàqù, jī yǔ chén zhōu, duì tāmen de shìlì hé zhìlì yǒuzhe hěn dà de yǐnɡxiǎnɡ ne!

ปู๋เหย้า ฮูฉื้อ ไหจื่อเมิน อ้าย หวาน โฉ่วจี เจ้อ เหมาปิ้ง, รั่ว ฉางชี เซียะชวี้, จี ยหวี่ เฉิน โจว, ตุ้ย ทาเมิน เตอะ ฉื้อลี่ เหอ จื้อลี่ โหย่ว เจอะ เหิ่น ต้า เตอะ อิ๋งเสี่ยง เนอะ

อย่าเพิกเฉยต่อปัญหาที่เด็ก ๆ ชอบเล่นโทรศัพท์มือถือ หากเวลาเนิ่นนานไป มันจะส่งผลต่อสายตาและสติปัญญาของพวกเขาได้

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

บทความก่อนหน้านี้แม่เสี่ยท็อปเครียด! เป็นลมทุกวัน ห่วงลูก เผยให้โฉนด 2 ล้านไปเคลียร์แต่ไม่จบ
บทความถัดไปหนองคาย เขื่อนป้องกันตลิ่งลำห้วยหลวงทรุดพังเสียหายยาว 70 เมตร เร่งซ่อมแซมก่อนถึงฤดูฝน