คาดประชาชนแห่เฝ้าโป๊ปฟรานซิส-ร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณที่สนามศุภฯ ครึ่งแสน

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก “Pope Visit Thailand” ได้เผยแพร่คลิป “นับถอยหลังเตรียมรับเสด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส” พร้อมทั้งเผยแพร่กำหนดการการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในวันที่ 20-23 พฤศจิกายน ดังนี้ วันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น.สมเด็จพระสันตะปาปาออกเดินทางโดยเครื่องบินพระที่นั่งจากท่าอากาศยานฟิมิชิโน กรุงโรม มุ่งสู่กรุงเทพฯ วันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 12.30 น.เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ อาคาร 2 ดอนเมือง มีพิธีการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบัญชาการกองทัพอากาศ ที่อาคาร 2 ดอนเมือง กรุงเทพฯ

วันที่ 21 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น.พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณลานด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.15 น.พบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรอง “งาช้าง” ภายในทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.30 น.พบคณะรัฐบาล ผู้นำบริหารฝ่ายบ้านเมือง ข้าราชการ คณะทูตานุทูต ภายในตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น.เสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เวลา 11.15 น.เสด็จโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เพื่อประทานโอวาทแก่บุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลคาทอลิกทั้ง 4 โรงพยาบาล เวลา 12.00 น.ทรงเยี่ยมอวยพรผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ภายในอาคารร้อยปีบารมีบุญ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ สถานสมณทูตวาติกัน เวลา 16.55 น.เสด็จเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เวลา 18.00 น.พิธีบูชาขอบพระคุณ ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ

วันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น.พบคณะบาทหลวง นักบวชชายหญิง นักพรต สามเณร ผู้ฝึกหัด ครูคำสอน ภายในวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน พระสันตะปาปาปราศรัย เวลา 11.00 น.พบบิชอปของไทย และของสหพันธ์สภาบิชอปแห่งเอเชีย (FABC) ณ สักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง เวลา 11.50 น.พบคณะนักบวชเยสุอิตที่สังกัดในประเทศไทย ภายในห้องด้านหลังสักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง เวลา 15.20 น.พบผู้นำคริสตชนนิกายต่างๆ และผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ในประเทศไทย พร้อมกับบรรดาผู้นำสถาบันอุดมศึกษา คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 17.00 น.พิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก และในวันที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 09.15 น.พิธีการอำลาส่งเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ อาคาร 2 ดอนเมือง และเวลา 09.30 น.เครื่องบินพระที่นั่งออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

บาทหลวงสมเกียรติ ตรีนิกร อุปสังฆราช อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ผู้รับผิดชอบการจัดงานในสนามศุภชลาศัย กล่าวว่า พิธีบูชาขอบพระคุณ ถือเป็นการภาวนาที่ดีที่สุด เป็นการสัมพันธ์กับพระเจ้าแบบหมู่คณะ ในการเสด็จของพระสันตะปาปาฟรานซิส พิธีบูชาขอบคุณพระเจ้าที่สถานศุภชลาศัย ถือเป็นพิธีที่ใหญ่ที่สุด และถือเป็นการเชื่อมโยงไปเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ที่สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอล ที่ 2 เสด็จเยือนไทย ในปี พ.ศ.2527 และเคยทำพิธีบูชาขอบพระคุณที่สนามศุภชลาศัยเช่นกัน ซึ่งในเวลานั้น มีประชาชนเข้าร่วมพิธีประมาณ 20,000 คน แต่ปัจจุบันจำนวนคนเข้าร่วมมีมากขึ้น ด้วยการสื่อสาร การเดินทางที่สะดวกสบาย คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมประมาณ 50,000 คน

บาทหลวงสมเกียรติกล่าวต่อว่า ขอความร่วมมือประชาชนผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมพิธีนี้ ขอให้เตรียมความพร้อมเรื่องของจิตใจ เพราะพิธีบูชาขอบคุณพระเจ้า ถือเป็นหัวใจสำคัญของคริสตชนคาทอลิก ทั้งนี้ การเตรียมงานมีความยากลำบากบ้าง เพราะต้องรองรับคน 50,000 คน ในสนามศุภชลาศัย โดยที่นั่งบนสเตเดียม และอัฒจันทร์ สามารถรองรับคนได้เพียง 19,000 คน แม้มีความจำกัดหลายอย่าง แต่ได้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน เข้าช่วยเหลือในการจัดเก้าอี้ จนบรรจุคนได้ประมาณ 38,000 คน

บาทหลวงสมเกียรติกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ยังมีชาวต่างประเทศที่ต้องการเข้าร่วม โดยเฉพาะประเทศเพื่อบ้าน ซึ่งทางคณะจัดงานรู้สึกขอบคุณทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เปิดสนามฟุตบอลเทพหัสดินให้ชาวคริสตชนจากต่างประเทศเข้าร่วม แม้จะอยู่ในระหว่างปรับปรุงก็ตาม โดยสนามแห่งนี้บรรจุคนได้ 12,000 คน โดยในสนามฟุตบอลเทพหัสดินจะติดตั้งจอ LED ขนาดยักษ์ 2 จอ และระบบเสียงที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมพิธี และรับสาน์สจากสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิสได้ทั่วกัน รวมแล้วในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ พิธีบูชาขอบคุณพระเจ้า จะมีคนเข้าร่วมประมาณ 50,000 คน ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนมาด้วยความสงบ อดทน ความเมตตาต่อกันและกัน ความใจดี และรู้จักควบคุมตนเอง เพราะในงานวันนั้น จะมีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จะมีความแออัดในพื้นที่แน่นอน

“ความกดดันในการจัดงานครั้งนี้คือ สถานที่อื่นมีการเตรียมล่วงหน้าเป็นเดือนๆ แต่สนามศุภชลาศัย ติดจัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีเวลาเตรียมการเพียง 3 วัน บนพื้นที่ใหญ่ รูปแบบงานที่ใหญ่ ถือเป็นการจัดการที่ยาก ทั้งนี้ มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ จนสามารถจัดงานได้ทัน สำหรับเวลาเข้าร่วมงานนั้น ทางผู้จัดจะเปิดให้สต๊าฟ และผู้จัดเตรียมงานต่างๆ เข้าจุดคัดกรองตั้งแต่เวลา 05.00 น.และในเวลา 09.00 น.จะให้ประชาชนผ่านจุดคัดกรองเข้ามาในสนาม โดยประชาชนสามารถนำร่มเข้าไปรอในพิธีได้ ทั้งนี้ พิธีจะเริ่มในเวลา 18.00 น.ระหว่างนี้จะมีกิจกรรมรองรับ มีร้านอาหาร มีน้ำฟรีให้ประชาชน โดยข้อปฏิบัติในการเข้าร่วมพิธีนั้น ขอให้ประชาชนเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน หรือพาสปอร์ตสำหรับคนต่างชาติ เตรียมอาหารที่จำเป็นในระหว่างรอเข้าพิธี งดการทิ้งขยะ ขยะที่เกิดขึ้นขอความร่วมใจนำกลับไปทิ้งด้วย” บาทหลวงสมเกียรติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการที่พระสันตะปาปาเสด็จ ณ สนามศุภชลาศัย และสนามเทพหัสดิน ในวันที่ 21 พฤศจิกายน มีดังนี้ เวลา 05.00 น.เปิดจุดคัดกรองสำหรับเจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เวลา 09.00 น.เปิดจุดคัดกรองสำหรับประชาชนทั่วไปเข้าพื้นที่สนามศุภาชลาศัย เวลา 12.00 น.เปิดประตูให้ประชาชนเข้าไปในสนามศุภชลาศัย และสนามเทพหัสดิน เวลา 15.30 น.กิจกรรมเตรียมจิตใจ ประกอบด้วย การแปรอักษรจากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก การแสดงวงโยธวาทิต ซาเลเซียน เดินพาเหรดเพลง “ศิษย์พระคริสต์” บรรเลงเพลงชุด “สรรเสริญพระเจ้า” แปรขบวนในชุด “The Bell” คอนเสิร์ตให้รักเป็นสะพาน ต่อมาเวลา 17.00 น.สวดสายประคำ เวลา 18.00 น.ร่วมเคารพธงชาติพร้อมกัน

ขบวนเสด็จพระสันตะปาปาถึงบริเวณหน้าประตูกลางหน้าสนามศุภชลาศัย เพื่อเปลี่ยนเป็นรถ Papa Mobile และเสด็จทักทายผู้เข้าร่วมพิธีเริ่มจากสนามเทพหัสดิน และต่อด้วยรอบสนามศุภชลาศัย สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จเข้าที่รับรองเพื่อเปลี่ยนชุด เตรียมเริ่มพิธีมิสซา เวลา 18.30 น.เริ่มพิธีมิสซา โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเทศน์เป็นภาษาสเปน (แปลภาษาไทย) บทภาวนาหลังรับศีล พระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณสมเด็จพระสันตะปาปา และถวายของที่ระลึกในนามศาสนจักรไทย ต่อมาสมเด็จพระสันตะปาปาถวายพรปิดพิธี และสังฆานุกรกล่าวปิดพิธี แสดงวัฒนธรรมไทย 4 ภาค “พิธีสนามนาฏศิลป์ งามหยาดหยดริน ถิ่นสยาม” จากโรงเรียนในเครือภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ต และเวลา 20.00 น.รำถวายพระพร ถือเป็นการจบพิธี

บทความก่อนหน้านี้เรียงหน้ายิง! ‘สิงโตคำราม’ ปูพรมบุกถล่ม ‘โคโซโว’ 4-0 คว้าแชมป์กลุ่ม ลิ่วรอบสุดท้ายยูโร2020
บทความถัดไปหน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2562