เยาวชนกว่า 6.7 พันคน รอรับเสด็จ ‘สมเด็จสันตะปาปา’ ก่อนพิธีมิสซา (คลิป)

เมื่อเวลา 16.19 น. ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนเสด็จของพระสันตะปาปาเสด็จถึง และทรงเปลี่ยนรถเป็น Papa Mobile เพื่อเสด็จทักทายคริสต์ศาสนิกชนนับพันคนที่มารอรับเสด็จ โดยสมเด็จพระสันตะปาปาทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวลทักทายคริสต์ศาสนิกชนที่มาเฝ้ารับเสด็จตลอดสองข้างทาง โดยคริสต์ศาสนิกชนต่างโบกสะบัดธงวาติกัน และธงชาติไทยตลอดสองข้างทาง พร้อมเปล่งเสียง “Viva IL Papa” ดังกึกก้อง ระหว่างนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปสัมผัสมือผู้ที่มาเฝ้ารับเสด็จตลอดทาง รวมทั้งรับพวงมาลัย และทรงจูบอวยพรทารกจำนวน 2 คนด้วยกัน ทำให้ประชาชนที่มารอรับเสด็จต่างตื้นตันใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

จากนั้นเวลา 16.41 น. สมเด็จพระสันตะปาปา เสด็จเข้าอาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก เพื่อประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน โดยมีเยาวชนกว่า 6,700 คน เข้าร่วม โดยเยาวชนสวดภาวนาหลังรับศีล จากนั้นเวลา 17.00 น. สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเทศน์เป็นภาษาสเปน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยบทเทศน์ตอนหนึ่งมีใจความว่า พ่อขอกล่าวขอบพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทั้งคณะรัฐบาล และผู้นำบริหารทั้งหลายของประเทศสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นและดียิ่ง พ่อขอขอบใจจากก้นบึ้งของหัวใจของพ่อ ต่อบรรดาพี่น้องบิชอปและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวานิช รวมทั้งบรรดาบาทหลวง นักบวชชายหญิง ฆราวาส และเป็นพิเศษสำหรับลูกๆ เยาวชนทั้งหลาย ขอขอบใจบรรดาอาสาสมัครที่ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยใจกว้างขวาง และขอขอบใจบรรดาผู้ที่ได้มีส่วนร่วมกับพ่อในการภาวนาและการพลีกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวดภาวนาและการพลีกรรมของบรรดาผู้ป่วย และผู้ต้องขัง ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงตอบแทนความมีน้ำใจดีของพวกเขาด้วยความบรรเทาใจและสันติสุขที่พระองค์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ประทานให้ได้ และขอฝากภารกิจอีกประการหนึ่ง คืออย่าลืมภาวนาเพื่อพ่อด้วยขอขอบใจ” สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเทศน์

สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเทศน์ต่อว่า ให้เราออกไปเพื่อพบกับพระคริสตเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เสด็จมา พระวรสารที่เราเพิ่งจะได้ยินนี้ เชื้อเชิญให้เราเริ่มก้าวเดินเพื่อมองไปข้างหน้า เพื่อพอกับสิ่งที่สวยงามที่สุด ที่พระเจ้าประสงค์ที่จะประทานให้เรา นั้นคือ การเสด็จมาของพระองค์ในชีวิตและโลกของเรา ให้เราต้อนรับพระองค์ให้มาสถิตท่ามกลางเราด้วยความชื่นชมยินดี และความรักอันหาที่สุดมิได้ ซึ่งมีเพียงลูกที่เป็นเยาวชนเท่านั้นที่สามารถทำได้ แต่ก่อนที่เราจะออกไปแสวงหาพระองค์นั้น เราเองย่อมรู้ดีว่า เป็นพระองค์ที่เสด็จมาเพื่อแสวงหาและพบปะกับเรา เมื่อพระผู้เป็นเจ้า ทรงเรียกเราสู่ประวัติศาสตร์ จึงจำเป็นที่ต้องตอบสนองอย่างสร้างสรรค์และค้นคิดทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ พวกเราก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความยินดี เพราะเราทราบดีว่า พระองค์ทรงกำลังรอเราอยู่ ณ ที่แห่งนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทราบว่า ลูกๆ ที่เป็นเยาวชนนี้ คืออนาคตของประเทศ และโลกของเรา ในวันนี้พระองค์ประสงค์ในพวกลูกทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ

สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเทศน์ต่อว่า บ่อยครั้งที่เราประสบปัญหาและอุปสรรค ซึ่งเราเองก็ทราบดีว่ามีมากแค่ไหน เมื่อเราประสบกับความทุกข์ยากของบรรดาผู้คนที่เรารัก หรือเมื่อเราเผชิญกับความไร้ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ยากลำบาก เมื่อนั้นความรู้สึกขมขื่นและการขาดความเชื่ออาจจะค่อยๆ แผ่ซึมเข้ามาในจิตใจเรา และทำให้จิตใจของเราเย็นชาลง ขาดความกระตือรือร้น และทำให้เราไปถึงงานเลี้ยงไม่ทันเวลาในที่สุด เพราะฉะนั้น พ่อจะถามพวกลูกว่า พวกลูกต้องการที่จะคงไว้ซึ่งไฟ ที่จะส่องสว่างท่ามกลางความมืดมนอนธการของความลำบากหรือไม่ พวกลูกต้องการที่จะตอบสนองการเรียนของพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าหรือไม่ พวกลูกต้องการที่จะมีความพร้อมในการที่จะทำตามพระประสงค์ของพระองค์หรือไม่

สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเทศน์ต่อว่า ลูกๆ ที่รัก เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟแห่งพระจิตมอดดับลง เพื่อที่ทำให้การมุ่งมั่นมองไปข้างหน้าและหัวใจของเรามีชีวิตชีวาอยู่เสมอ จำเป็นที่เราต้องวางรากฐานให้มั่นคงในความเชื่อเดียวกันกับบรรพบุรุษ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และครูบาอาจารย์ของเรา ทั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการกักขังตัวเราเองกับอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว หากแต่เป็นการเรียนรู้ในการที่จะมีความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน ชีวิตของบรรพบุรุษของเรา เป็นชีวิตที่ต้องเผชิญกับการทดสอบและความทุกข์มากมาย พวกเขาได้ค้นพบความลับของการมีหัวใจที่เปี่ยมด้วยสันติสุข นั่นคือการหยั่งรากลงในพระเยซูคริสตเจ้า ในชีวิตและพระวาจาของพระองค์ ในการสิ้นพระชมน์และการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระองค์

“บางครั้งพ่อมองเห็นบรรดาเยาวชนและเหล่าต้นไม้ที่งดงาม มีกิ่งก้านสาขาแผ่ขยายขึ้นไปบนท้องฟ้าที่สูงชะลูดไปเรื่อยๆ แต่หลังจากเกิดพายุขึ้น พ่อพบว่าพวกมันได้ร่วงหล่น ล้มลง และตายไป เพราะพวกมันปราศจากรากที่ลึก พวกมันแผ่กิ่งก้านสาขา โดยปราศจากการปลูกฝังที่มั่นคง จึงเป็นความเจ็บปวดของพ่อที่บางครั้งเห็นบรรดาเยาวชนได้ถูกแนะนำให้สร้างอนาคต ที่ปราศจากรากเหง้าต้นกำเนิดที่มา สำหรับพวกเราที่จะเจริญเติบโตได้ ต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุนเรา และช่วยให้เรามีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง” สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเทศน์

สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเทศน์ว่า ลูกทั้งหลาย พวกลูกเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความหวัง มีความฝัน และมีคำถามใหม่ๆ อาจรวมถึงความสงสัยต่างๆ อีกด้วย พ่อขอเชิญชวนให้พวกลูกรักษาความชื่นชม ยินดีให้มีชีวิตชีวา จงอย่ากลัวที่จะมองไปในอนาคตข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่น จงหยั่งรากลึกลงในพระเยซูคริสต์ จงมองอนาคตด้วยความชื่นบานและไว้วางใจ ประสบการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อลูกทราบว่า พระเจ้าแสวงหาลูก ทรงพบลูก และทรงรับลูกตลอดนิรันดร์ จงเชื่อว่าพระองค์กำลังรอคอย

จากนั้นเวลา 18.11 น. สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จกลับ ระหว่างนั้นทรงทักทายเยาวชนที่มารอรับไม่ว่าจะเป็นเยาวชนที่พิการ ตาบอด นอกจากนี้ยังได้อวยพร ลูบหน้าเด็กและทารกที่มารอรับ ก่อนที่จะเสด็จขึ้นรถกลับในเวลา 18.20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 09.15 น.พิธีการอำลาส่งเสด็จ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ อาคาร 2 ดอนเมือง และเวลา 09.30 น.เครื่องบินพระที่นั่งออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

บทความก่อนหน้านี้ฟาร์มไก่ ‘ปารีณา’ เปิดทำการปกติ พบร่องรอยติดป้ายเขต ส.ป.ก.จริง แต่โดนถอดออกแล้ว
บทความถัดไปม.แม่โจ้-แพร่ รุกใช้ ‘ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ’ ลดหมอกควัน-สร้างอาชีพให้ชุมชน