กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดประชุมวิชาการ ‘อกท.’สุราษฎร์

เมื่อเวลา 09.58 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไป ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) สุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 41 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 กุมภาพันธ์ โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เฝ้าฯรับเสด็จ

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัส ความตอนหนึ่งว่า ข้าพเจ้ามาปฏิบัติหน้าที่เปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกอกท. ต่อเนื่องเป็นปีที่ 31 ได้เห็นการพัฒนาและผลงานขององค์การ จากการจัดประกวด การแข่งขันทักษะ และการเชิดชูเกียรตินักเรียนนักศึกษาที่เป็นเป็นสมาชิก อกท.มาเป็นลำดับ ขอขอบใจทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยให้การประชุมวิชาการสาขานี้เกิดขึ้น

การประชุมวิชาการ อกท. เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานที่จะแสดงให้เห็นศักยภาพและสมรรถนะทางวิชาชีพ ในประเภทวิชาเกษตรกรรมและที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกภาคส่วน ผลงานของ อกท.และสมาชิก จะช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของเกษตรกรรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความขยันหมั่นเพียร ด้วยความมุ่งมั่นของสมาชิก ทั้งยังเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนรุ่นหลัง หากได้รับการสนับสนุนย่อมทำให้สมาชิกเกิดกำลังใจที่จะฝึกฝนตนเอง จนสามารถใช้ทักษะและประสบการณ์สร้างอาชีพที่มั่นคงได้ในอนาคต การเกษตรในยุคปัจจุบัน เน้นความปลอดภัยเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศจึงต้องการกำลังคนด้านอาชีวะเกษตรที่มีความรู้ประกอบกับมีจิตสำนึกที่ดี เพื่อผลิตอาหารปลอดภัยเลี้ยงคนในประเทศ ทั้งมีสมรรถนะสูง สามารถผลิตแข่งขันกับนานาประเทศได้ โดยอาศัยความรู้ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ยังคงแนวความคิดด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีไทยไว้อย่างมั่นคง เรียกได้ว่าเป็นความเจริญยั่งยืน

จากนั้น เสด็จฯ ทอดพระเนตร นิทรรศการเมืองเทิดพระเกียรติ ประทับรถไฟฟ้าไปยังอาคาร ทูลกระหม่อมแก้ว อกท. เสด็จยังแท่นทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายชื่อ “อาคารทูลกระหม่อมแก้ว อกท.” และเสด็จฯ ทรงปลูกต้นจิกกระโดน ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำวิทยาลัย

จากนั้น เสด็จฯ ยังอาคารสัมมนาผลงานทางวิชาการ ประทับพระราชอาสน์ ทรงฟังการบรรยายผลงานทางวิชาการ เรื่อง “โครงการเลี้ยงเพียงทรายตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นผลงานทางวิชาการของวษท.เพชรบุรี จากการวิจัยพบว่าการเลี้ยงเพียงทรายด้วยน้ำทะเลจากธรรมชาติที่ระดับความเค็ม 30 พีพีที โดยผ่านการบำบัดด้วยคลอรีนแล้ว จะช่วยให้เพียงทรายมีอัตราการรอดไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 โดยเมื่อสิ้นสุดโครงการพบว่า ได้ผลผลิตเพียงทรายสด 25 กิโลกรัม เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1,653 ตัว คิดเป็นอัตรารอดร้อยละ 82.65 มีรายได้จากการจำหน่าย 13,959 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่คุ้มค่ากับการลงทุน และสามารถนำความรู้ที่ได้นี้ไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังสามารถนำไปเผยแพร่ให้กับนักเรียนนักศึกษา และเกษตรกรที่สนใจอันจะนำไปสู่การต่อยอดอาชีพอื่นๆ ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วาทะคม จนถูกหาว่า “จ้างมืออาชีพ” เขียนสปีช แบรด พิตต์ ยันเขียนเองกับมือ
บทความถัดไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 ประกาศสโลแกน ‘ความรู้สึกหนึ่งเดียวกัน’ ตอกย้ำไม่ยกเลิก-ไม่เลื่อนแข่งขันแน่