ด่วน!! มติกมว. พักใช้ตั๋ว 5 ครูโทรมเด็ก แชทไลน์ม.5 ‘บิ๊กร.ร.’ จับหน้าอกศิษย์

ด่วน!! มติกมว. พักใช้ตั๋ว 5 ครูโทรมเด็ก แชทไลน์ม.5  ‘บิ๊กร.ร.’ จับหน้าอกศิษย์

มติกมว. พักใช้ตั๋ว 5 ครูโทรมเด็ก แชทไลน์ม.5  ‘บิ๊กร.ร.’ จับหน้าอกศิษย์ พร้อม ส่งหนังสือเตือนครูให้กำลังใจคนทำผิด ระมัดระวัง ดูกาลเทศะ  

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายเอกชัย  กี่สุขพันธ์  ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกมว. ว่า ที่ประชุมหารือกรณีครูและผู้อำนวยการสถานศึกษา ทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยมีมติตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครู 6 ราย และผู้อำนวยการโรงเรียน 1 ราย แบ่งเป็น กรณีครู  5 ราย ในจังหวัดมุกดาหาร ทำอนาจารเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และม.4 ซึ่งจากข้อมูลเชื่อได้ว่า มีการประพฤติที่ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ดังนั้นกมว.จึงมีมติตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทั้ง 5 ราย เป็นเวลา 60 วัน  เพื่อดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนกรณีผู้บริหารสถานศึกษา ในฐานะผู้บังคับบัญชา จะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ทราบว่า  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดให้ความสำคัญ กรณีที่รับรู้แต่ไม่ดำเนินการแก้ไข ก็คงต้องมีส่วนรับผิดชอบ ส่วนจะรับผิดชอบระดับใดนั้นขึ้นอยู่กับสพท. ขณะที่กรณีครูที่ออกมาให้กำลังผู้ที่ประพฤติผิด นั้น ไม่เข้าข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณ แต่ที่ประชุมมองว่า ผู้ที่ประกอบวิชาชีพครูควรแสดงออกถึงกาลเทศะที่เหมาะสม และคำนึงถึงความเป็นครู เพราะฉะนั้น กมว.จะมีบันทึกขอให้ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น  ถึงครูรายดังกล่าว  เพื่อขอให้เข้าใจ ว่าการแสดงความเห็นต่อสังคม ต้องคำนึงถึงความเป็นครู และกาลเทศะที่เหมาะสม

“การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควร เพราะอภิปรายในแง่กฎหมาย และความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา กรณีผู้อำนวยการโรงเรียน จะขอให้เขตพื้นที่ฯ กำชับให้กำกับดูแลไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น เราไม่พูดเรื่องการรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ แต่มองว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสถานศึกษาหรือไม่ ”นายเอกชัย

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนครูอีก 1 ราย เป็นกรณี ที่ถูกกล่าวโทษว่า มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้นม.5 โดยมีการพูดคุยเชิงชู้สาวผ่านแอพพริเคชั่นไลน์   ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นกรณีที่เกิดขึ้นในน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงด้วยการล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเด็ก เพื่อจับหน้าอก  ซึ่งทั้งสองกรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและพักใช้ใบอนุญาตฯ 60 วันเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้หากผลสอบพบว่ามีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา ก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตฯ และจะขึ้นแบล็กลิชไม่ให้สามารถกลับมาเป็นครูได้อีก

นางวัฒนาพร  ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การสอบสวนเรื่องนี้ ต้องสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยว่า รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ หากรับทราบ แล้วไม่ดำเนินการ คงเป็นประเด็น ที่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนต่อไป หากไม่รับทราบคงเป็นลักษณะการตักเตือนการทำหน้าที่ผู้บริหาร ส่วนครูที่ออกมาแสดงความเห็น คุรุสภา จะมีหนังสือทำความเข้าใจ ถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังครูและผู้บริหารทั่วประเทศ ให้ระมัดระวัง ในการแสดงความคิดเห็นนึกถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับลูกศิษย์  โดยที่ประชุมเน้นถึงคำว่า กาลเทศะ เพราะไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาแสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียน  การกำกับดูแลครู ถือเป็นภารกิจหนึ่งในจรรยาบรรณวิชาชีพ คุรุสภาคงต้องหารือกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อหามาตรการ ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนกวดขัน ดูแลครูและนักเรียนให้มากขึ้นกว่าสมัยก่อน เพราะบริบทสังคม และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก  ฉะนั้นบางเรื่องอาจมีความล่อแหลมมากกว่า เดิม ดังนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนในฐานะผู้บังคับบัญชา ควรจะต้องมีการบริหารจัดการที่ชัดเจนมากกว่าเดิม

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เหิม!รวบ ส.อบต.กองดิน อ้างเป็น ผอ.กองสลากฯตุ๋นชาวบ้านอ้างล็อกหวยได้
บทความถัดไปนายกฯขอบคุณ ขรก.-รมต. เสียสละทำงาน-บูรณาการ สู้โควิด จนติดเชื้อเป็นศูนย์ครั้งแรก