รองผู้ว่าฯอ่างทอง เผยชาวบ้านตื่นตัว จ่อทอดผ้าป่าซื้อที่ ‘สุสาน 3 พันปี’

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวถึง ความคืบหน้ากรณีพบโบราณวัตถุจำนวนมากบนที่ดิน 17 ไร่ 2 แปลง ในตำบลสีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยหินใหม่ อายุ 3,000 ปี แห่งแรกของ จ.อ่างทอง ว่าวานนี้ได้นัดทางกรมศิลปากร และชาวบ้านมาเพื่อ 1.แจ้งให้ชาวบ้านรับรู้ข้อเท็จจริง 2.ให้ชาวบ้านได้ร่วมกันปกปักรักษา ดูแลไม่ให้ของหาย 3.กรณีที่หากมีชาวบ้านเอาของไปก็ขอความร่วมมือให้เอามาคืน ซึ่งไม่ได้บังคับ เพื่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยยินดีที่จะใส่ชื่อผู้มอบลงไป 4.กรมศิลปากรจะมาขุด 3 หลุม ซึ่งจะใช้พื้นที่ 3 จุด คือ บริเวณไร่อ้อย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และพื้นที่ตรงกลางที่พบโบราณวัตถุ โดยจะมีการขอแรงงานจากชาวบ้านมาร่วมกันขุด ถ้ามีความเชื่อมั่นว่าพื้นที่มีความน่าสนใจ คุ้มค่า เราจะซื้อที่แปลงนั้น โดยการทอดผ้าป่าระดมทุนจากชาวบ้าน แต่จะซื้อที่กับเจ้าของที่เฉพาะบางส่วน ไม่ใช่ทั้งแปลง ในราคาตลาด ห้ามโกงราคาเพื่อเป็นของส่วนรวม โดยอาจให้ทาง อบต. อบจ. หรือมูลนิธิ จัดให้ชาวบ้านมาดูแลกันเองในเรื่องการบริหารจัดการ เช่น จ.สิงห์บุรี มีเตาเผาแม่น้ำน้อย ที่ อบจ.ดูแล หรือหลายที่ชาวบ้านดูแล ก็กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ให้นักเรียน ให้ชาวบ้านมาเรียนรู้และต่อยยอดเป็นการท่องเที่ยว นี่คือความพยายาม

“เมื่อวานนี้ได้พูดคุยกับชาวบ้านเรียบร้อย ชาวบ้านตื่นตัว มาทั้งชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวานนี้หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ชมรมประวัติศาสตร์ ของ จ.อ่างทอง ก็ได้เชิญไปให้ได้รับรู้ว่าที่อ่างทองเป็นอย่างนี้ ภาคเอกชนก็ได้เชิญไปร่วมฟัง ส่วนราชการมีทั้ง ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรรม ที่เกี่ยวข้อง ก็ไปร่วมรับฟัง รู้สึกว่าผลตอบรับดีเพราะชาวบ้านตื่นตัว จะได้ช่วยกันดูแลรักษาอย่างดี ซึ่งจะมีการจัดงานประภาสต้นของ จ.อ่างทอง ก็จะเอาโบราณวัตถุที่พบมาแสดงโชว์ อย่างน้อยจะได้สร้างกระแสให้คน จ.อ่างทองตื่นตัว ณ ตอนนี้ ยอมรับว่ายังไม่มั่นใจเรื่องการสนับสนุนระยะยาว แต่ชาวบ้านตื่นตัว และวันนี้ก็ได้มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ออกตามบ้านเพื่อประชาสัมพันธ์

“ส่วนการขุดบริเวณ อบต. ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะใช้พื้นที่แค่ 3×3 เมตร ลึก 3 เมตร ซึ่งชาวบ้านก็โอเค และจะจ้างชาวบ้านมาช่วยขุดและดูด้วยซึ่งส่วนตัวก็อยากรู้ ส่วนตรงไร่อ้อยก็ได้ประสานงานกับเจ้าของพื้นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นไม่มีปัญหา เชื่อว่าทั้ง 2 ที่ จะเจอหลักฐานที่สมบูรณ์อย่างแน่นอน เพราะก่อนที่จะเจอครั้งนี้ชาวบ้านก็เจอกันมาแล้ว ตรงไร่อ้อย และ อบต. เป็นดินเนิน ยิ่งน่าจะเจอความสมบูรณ์มากกว่า

“ตอนนี้ทางจังหวัดได้เข้าไปดู โดยให้ทั้ง อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปดูด้วย แต่ถ้ามีความชัดเจนว่าคุ้มค่า งบจังหวัดก็พร้อมข้าไปสนับสนุนเช่นเดียวกัน ทางภาคประชาชน สภาวัฒนธรรมจังหวัดก็ดี ทางหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ก็รับรู้ ซึ่งจะต่อยอดไปถึงเรื่องการท่องเที่ยว-การค้า ซึ่งเขาก็ได้ประโยชน์ด้วยอีกทาง ชาวบ้านขายของได้ ท่องเที่ยวได้ จะต่อกันไป ซึ่งตอนนี้เราเปิดประเด็นแล้ว โดยมีผมเป็นแกนนำ หลังจากนั้นหากช่วยกันก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี” นายพงษ์พันธ์กล่าว

นายพงษ์พันธ์กล่าวต่อว่า ยอมรับส่วนตัวกลัวนักขุดพระ แต่ก็ได้ประกาศกับชาวบ้านไปแล้วว่า ที่นี่ไม่เจอพระ เพราะเป็นสมัยก่อนยุคพระพุทธองค์

“ความจริงชาวบ้านเคยเจอของพวกนี้มาก่อน เจอมานานแล้ว ไม่มาก แต่ไม่ได้ใส่ใจ จะเจอพวกภาชนะดินเผา เจอกระดูกบ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมากขนาดนี้ เรื่องการจัดเวรยาม ความจริงมี ชุดรักษาความปลอดภัยหมูบ้าน (ชรบ.) คอยดูแลชาวบ้านอยู่แล้ว เพราะโควิด-19 ยังไม่หมด ก็จะช่วยตระเวนดูส่วนนี้ เป็นหูเป็นตาให้ เพราะชาวบ้านรู้จักกันหมด รถคันไหน หน้าตาอย่างไร เห็นคนแปลกหน้าก็จะช่วยสังเกตกันได้”

“คงไม่ช้า ขึ้นอยู่กับทางกรมศิลปากร ซึ่งเมื่อวานนี้อธิบดีกรมศิลปากร จี้มาทาง ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ว่าให้รีบทำโครงการ เพื่อเริ่มขุด คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ได้ขุดอย่างแน่นอน และยังเตรียมงบประมาณไว้แล้ว คาดว่าราว 200,000 – 300,000 บาท ในเบื้องต้น เพื่อทำการขุดค้น จะทำอะไรต้องทำเลย ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน” นายพงษ์พันธ์ระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เจ้าของร้านทำผมยอมคืนเงิน ขอจบเรื่อง หลังสาวไปทำสีผม จ่ายแพง 7,500 บาท
บทความถัดไปไข้เลือดออก ‘อุดร’ ดับแล้ว 2 ทั้งประเทศ 15 ห่วงหน้าฝนระบาดรุนแรง