‘พระมหาไพรวัลย์’ หนุน ‘ไพบูลย์’ ตั้ง ‘สภาพุทธบริษัท 4’ ปฏิรูปวงการสงฆ์

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน วัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ เปิดเผยกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เตรียมลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และเตรียมตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป โดยวางนโยบายในการปฏิรูปหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ด้วย ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่นายไพบูลย์มีความตั้งใจช่วยเหลือพุทธศาสนา แต่ประเด็นที่ตั้งคำถาม คือ จะปฏิรูปส่วนใดบ้าง นายไพบูลย์จะปฏิรูปส่งเสริมในส่วนที่ด้อยให้ดีขึ้น หรือเน้นแก้ไของค์กรคณะสงฆ์หรือกำจัดสำนักใดสำนักหนึ่งอย่างเดียว เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ทั้งนี้อยากให้ศึกษาเรื่องโครงสร้างทั้งหมดของคณะสงฆ์ให้ดีเสียก่อน เพราะคณะสงฆ์ขับเคลื่อนด้วยระบบโครงสร้าง ไม่ใช่จับประเด็นใดประเด็นหนึ่งแล้วนำมาปฏิรูป ส่วนเรื่องที่นายไพบูลย์เคยเสนอให้ตั้งสภาพุทธบริษัท 4 ที่เปิดให้บุคคลอื่นมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นในการขับเคลื่อนพระศาสนา เช่น เรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) วินิจฉัยไม่ได้ อาจนำเรื่องดังกล่าวมาให้สภาพุทธบริษัท 4 วินิจฉัยแทน เป็นต้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวต่อว่า การจะปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ ต้องค่อยเป็นค่อยไป และต้องหารือกับคณะสงฆ์ก่อน ไม่ใช่ทำเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้เหตุที่อยากให้เน้นปฏิรูปโครงสร้างระบบการปกครองสงฆ์ เพราะอยากให้มีการถ่วงดุลอำนาจมากขึ้น โดยแก้ไขบางมาตราใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 เรื่องการเสนอแต่งตั้งเจ้าคณะผู้ปกครอง เช่น หากมีการเสนอแต่งตั้งเจ้าคณะอำเภอ ควรเปิดช่องให้พระสงฆ์ที่อยู่ในเขตปกครองมีสิทธิเสนอชื่อ เป็นต้น เนื่องจากการปกครองระบบเดิมใช้ระบบจากบนลงล่าง คือ ให้เจ้าคณะผู้ปกครองที่มีตำแหน่งสูงเสนอชื่อ อาตมามองว่าการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ถ้าทำด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่มีอคติจะทำได้

นายชาญณรงค์ บุญหนุน อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา กล่าวว่า การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาควรเริ่มจากคณะสงฆ์ ไม่ใช่จากนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจ ซึ่งปัจจุบันมหาเถรสมาคม (มส.) ร่วมกับรัฐบาล ดำเนินการเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว หากนายไพบูลย์ต้องการจะปฏิรูปเรื่องดังกล่าวอาจแบ่งได้ 2 ส่วน คือ 1.การปฏิรูปองค์กรสงฆ์ และ 2.การปฏิรูปคำสอน ซึ่งสิ่งที่นายไพบูลย์จะทำได้โดยอำนาจจาก ส.ส.หรือใช้กฎหมายมาบังคับทำ คือเรื่องปฏิรูปองค์กรเท่านั้น เพราะเรื่องการปฏิรูปคำสอน เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลไม่สามารถบังคับได้ ส่วนการปฏิรูปองค์กรนั้น หากทำได้จริงอยากเสนอให้อำนาจการปกครองสงฆ์ไม่ควรรวมศูนย์อำนาจไว้ส่วนกลางที่เดียว ควรกระจายอำนาจให้พระสงฆ์ในส่วนภูมิภาคมีสิทธิในการปกครองตนเองมากขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดภาพชุด ‘อันซีนสยาม’ จากช่างภาพฝรั่งในตำนาน ‘วังจักรพงษ์’ คัดเอง ย้ำไม่เคยเผยแพร่ในเมืองไทย
บทความถัดไปวุ่น! ไฟฟ้าสนามบินภูเก็ตดับ นนท.โวยแหลก ผอ.การท่าฯแจงเหตุเพราะกฟภ.งดจ่ายไฟ!