ชี้ ‘ณัฏฐพล’ สอบตกศึกซักฟอก แจงไม่เคลียร์ตั้งคนสนิทนั่ง ‘สกสค.-คุรุสภา’

ชี้ ‘ณัฏฐพล’ สอบตกศึกซักฟอก แจงไม่เคลียร์ตั้งคนสนิทนั่ง ‘สกสค.-คุรุสภา’ เสียงแตกชื่นชมฝ่ายค้าน-ตั้งโจทย์ไม่แหลม

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา อดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากที่ได้ฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนขอชมฝ่ายค้านที่ทำการบ้านละเอียด เตรียมข้อมูลมาเป็นระบบ และการนำเสนอชัดเจน ทำให้เห็นว่าใครก็ตามที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ถ้าไม่ทำงานรอบคอบ และไม่มีนโยบายที่ชัดเจนอาจจะไปไม่รอด ตนคิดว่าประเด็นเรื่องของเด็กที่ร้องเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรงผม หรือการคุกคามในโรงเรียน นายณัฏฐพลไม่ตอบประเด็นเหล่านี้เลย เพียงแต่เสนอนโยบายที่กำลังจะทำเท่านั้น

“จากที่ฟังอภิปราย ผมให้คะแนนฝ่ายค้าน 8.5 คะแนน จาก 10 คะแนนเต็ม ส่วนนายณัฏฐพลได้ 4 คะแนน ถือว่าสอบไม่ผ่าน เพราะประเด็นสำคัญอย่างการนำพรรคพวกเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และเลขาธิการคุรุสภา ยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะหลักฐานข้อมูลที่ฝ่ายค้านเสนอนั้นชัดเจนว่านายณัฏฐพลนำคนของตนเข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเงินอุดหนุนอาหารกลางวันที่นายณัฏฐพลได้แสดงภาษากายโดยการโยนเหรียญลงโต๊ะ ซึ่งผมมองว่าการทำแบบนี้ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของผู้ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ควรจะหนักแน่น มั่นใจมากกว่านี้” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว

ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวต่อว่า หากใครฟังการอภิปรายจนจบจะได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะทำให้เราตาสว่าง และเห็นช่องทางการร่วมมือกันระหว่างข้าราชการประจำและนักการเมือง และเห็นอำนาจแฝงในการใช้อำนาจ เช่น การแต่งตั้งคนไปดูแลและบรูณาการศึกษาทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งแรกเริ่มเหมือนจะดูดี แต่จริงๆ แล้วเป็นการใช้อำนาจแบบท็อปดาวน์ลงไปกำกับการศึกษาในแต่ละจังหวัด ทำให้เห็นถึงนโยบาย และการจัดการด้านการศึกษาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้ประโยชน์ ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และทำให้เห็นว่าในอนาคตจะหาคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ยากขึ้น เพราะต้องหาผู้ที่มีนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาการศึกษาได้อย่างยั่งยืน เป็นคนที่ทำงานหนัก และคิดถึงเด็กเป็นสำคัญ

ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า มองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านแสดงให้เห็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ดำเนินการโดยไม่ชอบธรรมอย่างไร เช่น ออกคำสั่งข้ามแท่ง เพราะออกคำสั่ง ศธ.ที่ สพฐ.11/2564 แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการใน ศธ.เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการของแต่ละจังหวัด หรือการตั้งพรรคพวกของตนดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.เป็นต้น แต่เรื่องเหล่านี้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะยื่นถอดถอนนายณัฏฐพลได้ ส่วนนายณัฏฐพลก็อธิบายไม่เคลียร์ในหลายประเด็น ส่วนนโยบายการสร้างโรงเรียนคุณภาพต่างๆ เอาข้อมูลมาอ่านให้ฟัง โดยระบุว่าถ้าโรงเรียนมีคุณภาพของชุมชน โดยเน้นพัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กให้มีคุณภาพ เพื่อดึงเด็กมาเรียน จะเกิดผลดีต่อเด็กอย่างไร แต่ไม่ตอบว่าถ้าดูดทรัพยากรจากโรงเรียนรอบข้างมาให้โรงเรียนแม่เหล็กและโรงเรียนอื่นๆ จะอยู่อย่างไร ตนมองว่านโยบายพัฒนาโรงเรียนควรจะมีแนวทางที่ชัดเจน และควรระบุให้ชัดเจนว่าจะยุบโรงเรียนขนาดเล็กหรือไม่

“เท่าที่ฟังเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ.ไปเสนอนโยบายให้ฝ่ายค้านฟังเท่านั้น และตอบไม่ตรงคำถาม เพราะเลี่ยงการตอบคำถามโดยเน้นว่าการแต่งตั้งคนทำไปอย่างถูกกฎหมาย และทำงานแบบบรูณาการทั้งกระทรวงเท่านั้น ผมมองว่าภาพรวมในการอภิปรายครั้งนี้ไม่เคลียร์กันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเป็นการอภิปรายที่ทำให้เกิดความมัวหมอง แต่ไม่มีน้ำหนักพอที่จะถอดถอนนายณัฏฐพลได้ คือไม่ดีตั้งแต่การตั้งโจทย์แล้ว ดังนั้น ถ้าจะให้คะแนน ผมมองว่านายณัฏฐพลไม่ผ่าน เพราะตอบไม่ตรงประเด็น และคนออกข้อสอบอย่างฝ่ายค้านยังไม่แหลมคมมากพอ” ผศ.ดร.อดิศรกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยแม่บทแห่งชาติ มุ่งดันไทยสู่ดิจิทัลฮับแห่งอาเซียน
บทความถัดไปราชทัณฑ์ ดึง ‘แพท พาวเวอร์แพท’ ทำเพลงให้กำลังใจนักโทษ วอนสังคมให้โอกาสผู้ก้าวพลาด