ศธ.ประสานกรมควบคุมโรค เร่งฉีดวัคซีนครู 2.1 แสนราย

ศธ.ประสานกรมควบคุมโรค เร่งฉีดวัคซีนครู 2.1 แสนราย คาด 15 พ.ย.เด็กทุกคนรับวัคซีนครบ 2 เข็ม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในรายการ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงศึกษาธิการ (ศบค.ศธ.) พบชมรมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ว่า ปัจจุบันรัฐบาลจัดวัคซีนให้ประชาชนฉีด 3 รูปแบบด้วยกัน คือ วัคซีนเชื้อตาย วัคซีนเวกเตอร์ และวัคซีนเชื้อเป็น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุมัติให้เด็กอายุ 12-17 ปี 11 เดือน 29 วัน หรือ 18 ปีบริบรูณ์ ฉีดวัคซีนได้ โดยวัคซีนที่ อย.อนุมัติคือ ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา การฉีดวัคซีนครั้งนี้จะครอบคลุมผู้เรียนในสังกัด ศธ.ประกอบด้วย นักเรียน นักศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า และผู้เรียนนอกสังกัด ศธ.ด้วย และเมื่อรับวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาให้แล้วเกิดอาการแพ้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะจ่ายค่าชดเชยให้ทั้งหมด ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูล พบว่าเด็กมีโอกาสแพ้วัคซีนไฟเซอร์น้อยมาก

นายสุภัทรกล่าวต่อว่า ส่วนครูที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ประมาณ 210,000 คน จะได้ฉีดพร้อมกับนักเรียน แต่จะได้รับการฉีดวัคซีนตามที่รัฐบาลจัดสรรให้ ศธ.ได้ประสานกรมควบคุมโรค ขอให้ฉีดวัคซีนให้ครูคู่ขนานกับนักเรียนด้วย ทั้งนี้ หลายคนมีคำถามว่า ลูกของตนอายุครบ 12 ปีแล้ว แต่ยังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ จะได้รับการฉีดวัคซีนในรอบนี้ด้วยหรือไม่ ขอให้สถานศึกษาสำรวจข้อมูลเตรียมเอาไว้ เบื้องต้นทราบว่ามีนักเรียนชั้น ป.6 ที่อายุเกิน 12 ปี ประมาณ 360,000 คนทั่วประเทศ โดยรายชื่อเหล่านี้จะได้รับการฉีดเป็นลำดับถัดไป อาจได้ฉีดช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

“รัฐบาลจัดสรรวัคซีนให้นักเรียนเพียงพอแน่นอน โดย ศธ.คาดการณ์ไว้ว่านักเรียนที่คนจะได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน ดังนั้น ในโรงเรียนระดับมัธยม และวิทยาลัยอาชีวศึกษา จึงมีโอกาสสูงมากที่จะได้กลับมาเรียนในโรงเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ส่วนการฉีดวัคซีนให้นักเรียนประถมศึกษา ขอให้รอ อย.อนุมัติต่อไป” นายสุภัทร กล่าว

ด้าน นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ความปลอดภัยในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กนั้น พบว่าในสหรัฐอเมริกา ยุโรป อนุมัติให้ฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ล่าสุดได้อนุมัติให้ฉีดไฟเซอร์ในเด็กที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไปด้วย ซึ่งหมายความว่าประเทศเหล่านี้มั่นใจในการใช้วัคซีนกับเด็ก ส่วนคำถามว่าการฉีดไฟเซอร์มีผลข้างเคียงหรือไม่ แน่นอนว่าการฉีดวัคซีนจะต้องศึกษาถึงความปลอดภัย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ผลการศึกษาในระยะสั้น พบว่าการฉีดไฟเซอร์ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งโอกาสในการเกิดนั้น หากอ้างอิงจากข้อมูลของสหรัฐ พบว่าการฉีดให้กลุ่มอายุ 0-19 ปี มีโอกาสเกิดผลข้างกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และจะเจอในการฉีดเข็มที่ 2 มากกว่าเข็ม 1 โดยในการฉีด 1 ล้านโดส จะพบว่าคนประมาณ 20.9 ราย ที่มีผลข้างเคียง ส่วนในไทย จากการฉีดไฟเซอร์ 1 ล้านโดส พบคนมีผลข้างเคียง 1 ราย ซึ่งอาการข้างเคียงนั้นไม่รุนแรง และสามารถรักษาหายได้

“ผู้เชี่ยวชาญในเด็ก มองว่าเด็กจำเป็นต้องรับวัคซีน โดยเฉพาะเด็กที่ป่วยอยู่ใน 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง กลุ่มเด็กที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ก็ควรได้รับวัคซีน เพราะเด็กเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องไปโรงเรียน ส่วนคำถามว่ามีวัคซีนตัวอื่นหรือไม่นอกจากไฟเซอร์ ขอชี้แจงว่าขณะมีวัคซีนซิโนฟาร์ม ที่เป็นวัคซีนเชื้อตาย ซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อยู่ระหว่างศึกษาวิจัย หากมีข้อมูลเพียงพอน่าจะสามารถอนุมัติให้ฉีดในโอกาสต่อไป” นพ.สราวุฒิ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รพ.ราชพิพัฒน์ รับมอบเงินสนับสนุนจากเครือซีพี -ซีพีเอฟ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ดูแลผู้ป่วยโควิด-19
บทความถัดไปสปสช.แจก ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจโควิด-19 ด้วยตนเอง ดีเดย์ 16 ก.ย.64