บอร์ด ก.ค.ศ. เคาะร่างเกณฑ์ใหม่คัดศึกษานิเทศก์

บอร์ด ก.ค.ศ. เคาะร่างเกณฑ์ใหม่คัดศึกษานิเทศก์

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ เนื่องจาก ก.ค.ศ.พบว่า หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ (ว21/2555) (ว19/2560) และ (ว33/2560) ที่ใช้อยู่นั้น ไม่สามารถสรรหาศึกษานิเทศก์ที่มีสมรรถนะได้ตรงกับความต้องการและบริบทของการจัดการศึกษาในปัจจุบัน หรือแม้แต่การได้มาซึ่งศึกษานิเทศก์ควรกำหนดแนวทางในการคัดเลือกที่หลากหลาย หรือแม้แต่การสอบข้อเขียนอาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมแนวทางเดียวสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบัน จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้ได้มาซึ่งศึกษานิเทศก์ที่มีลักษณะเป็นโค้ช (Coach) เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ตรงตามลักษณะงานในมาตรฐานตำแหน่งฯ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริหาร ครู และชุมชน ศึกษานิเทศก์จะเป็น
ผู้มีทักษะการนิเทศการศึกษาที่ดี ทั้งในด้านวิชาการและด้านการปฏิบัติ

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ มีสาระสำคัญได้ ดังนี้ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่งฯ ตาม ว 3/2564 การคัดเลือก ใช้วิธีการประเมิน 2 ด้าน คือ 1. ด้านผลงานและประสบการณ์ และ 2. ด้านความสามารถในการนิเทศการศึกษาโดยการปฏิบัติการนิเทศ ณ สถานที่จริง ส่วนเกณฑ์การตัดสิน ผู้เข้ารับการคัดเลือกต้องได้ด้านที่ 1 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินด้านที่ 2 โดยผู้ได้รับ การคัดเลือกจะต้องได้แต่ละด้านไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการขึ้นบัญชีไว้ไม่เกิน 2 ปี โดยเมื่อได้บรรจุและแต่งตั้งแล้วจะต้อง
รับการประเมินผลสัมฤทธิการปฏิบัติงานในหน้าที่ (Probation) เป็นเวลา 1 ปี 2 ครั้ง ทุก 6 เดือน จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งศึกษานิเทศก์ต่อไปได้ พร้อมกันนี้ได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา (ว21/2555) (ว19/2560) และ (ว33/2560)

“นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการขอยกเว้นเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อบรรจุนักเรียนทุนตามโครงการต่าง ๆ สพฐ.ได้ขอยกเว้นเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ตาม ว23/2563 เพื่อบรรจุนักศึกษาทุนตามโครงการต่าง ๆ กรณีสถานศึกษามีสภาพอัตรากำลังสายงานการสอนพอดีเกณฑ์หรือเกินเกณฑ์ แต่ขาดครูตามมาตรฐานวิชาเอกที่กำหนดให้มีในสถานศึกษา จำนวน 344 อัตรา และไม่ขาดครูตามสาขาวิชาเอกที่กำหนดให้มีในสถานศึกษา จำนวน 50 อัตรา รวมทั้งสิ้น 394 อัตรา ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ. พิจารณาและเห็นชอบให้กำหนดเป็นหลักการ ให้บรรจุนักศึกษาทุนโครงการนักเรียนทุนรัฐบาลที่ได้ทำสัญญาผูกพันตามโครงการอยู่ก่อนวันที่เกณฑ์อัตรากาลัง ตาม ว 23/2563 จะมีผลใช้บังคับ รวมทั้งนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี พ.ศ. 2564 โดยให้พิจารณาตามลำดับ ดังนี้ 1. ให้พิจารณาบรรจุและแต่งตั้งในวิชาเอกตามมาตรฐานวิชาเอก ในสถานศึกษาที่เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อผูกพันของโครงการ ซึ่งมีอัตรากำลังในสาขาวิชาเอกนั้นต่ำกว่าเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 23 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ก่อน และ2. หากไม่มีสถานศึกษาตามข้อ 1 ให้พิจารณาบรรจุและแต่งตั้งในวิชาเอกตามมาตรฐานวิชาเอก ในสถานศึกษาที่เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อผูกพันของโครงการ ซึ่งมีอัตรากำลังในสาขาวิชาเอกนั้นพอดี หรือเกินเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตาม ว 23/2563” น.ส.ตรีนุช กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และ กศจ. จัดทำแผนอัตรากำลัง และดำเนินการกำหนดตำแหน่งเพื่อบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่งเพื่อบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตาม ว 26 /2564 ไปจนกว่าสถานศึกษานั้นจะมีอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นไปตามเกณฑ์อัตรากาลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตาม ว 23/2563 ลงวันที่ 23 ธ.ค.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon