อ.ธรรมศาสตร์จี้ “กรมศิลป์” ติดตามหมุดคณะราษฎร เหตุถือเป็น “โบราณวัตถุของชาติ”

เมื่อวันที่ 14 เมษายน สืบเนื่องกรณีการเปลี่ยนหมุดคณะราษฎรบริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นหมุดที่ทำขึ้นเนื่องในเหตุการณ์การอภิวัฒน์สยาม 2475 ซึ่งพระยาพหลพลพยุหเสนา หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร อ่านประกาศคณะฉบับที่ 1 เสร็จสิ้นในเวลาย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยหมุดเดิมมีข้อความว่า “ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ” ซึ่งนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ระบุว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อความในหมุดดังกล่าวจริงก็ไม่ต้องแจ้งให้กรมศิลป์ฯรับทราบ เพราะไม่ใช่พื้นที่ที่กรมศิลป์ดูแล ทางกรมศิลป์ดูแลเฉพาะองค์อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้าเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นไม่ได้อยู่ในความดูแลของหน่วยงานตน (คลิกอ่านข่าว แชร์ว่อน! หมุดคณะราษฎรถูกเปลี่ยน ผอ.เขตดุสิตปัดเกี่ยว กรมศิลป์แจงไม่อยู่ในความรับผิดชอบ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทน์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า หมุดของคณะราษฎร ถือเป็นโบราณวัตถุของชาติประเภทหนึ่งได้ เนื่องจากมีอายุเก่าเกิน 50 ปี อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญของประเทศ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาก็ตาม แต่ในความจริงแล้วเมื่อปี 2556 อดีตอธิบดีกรมศิลปากรก็เคยมีแนวคิดที่จะประกาศให้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นโบราณสถาน ดังนั้น หมุดคณะราษฎรจึงเป็นส่วนหนึ่ง และสำคัญต่อความทรงจำทางประวัติศาสตร์ของคนทั้งประเทศ ดังนั้น ตนมองว่ากรมศิลปากรต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อประเด็นดังกล่าวว่าโบราณวัตถุนี้หายไปได้อย่างไร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับทราบถึงการเปลี่ยนหมุด แต่ก็มีหน้าที่ต้องติดตามทวงคืนวัตถุดังกล่าวในฐานะหน่วยงานที่ดูแลมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาติ และอยู่ในอำนาจตามที่ พรบ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 เพิ่มเติมปี 2535 จะเอื้อให้สามารถกระทำได้

 

 

ภาพหมุดเดิมจากเพจ “หมุดคณะราษฎร”

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เพนตากอน’ เผยคลิปขณะทิ้ง ‘ระเบิดโคตรแม่’ ใส่ฐานใต้ดินของไอเอสในอัฟกานิสถาน
บทความถัดไปสงกรานต์สีลมวันที่ 2 “เรียบร้อย” พนักงานทำความสะอาดเผย “เหนื่อยน้อยลง” รับ ไม่คึกคัก