กาฬสินธุ์ขึ้นป้ายไม่ต้อนรับ ‘พระเล็ก’ ต่อเนื่อง เจ้าคณะอำเภอ-ตำบลยื่นลาออกกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ค้านมติ มส.

กาฬสินธุ์ไฟลามทุ่ง หลายอำเภอปักป้ายไม่ต้อนรับ ‘พระเล็ก’ ส.ส.นิยมแนะลาออกเพื่อพุทธศาสนา

จากกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการและถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา หนึ่งในนั้นมี พระเทพสารเมธี หรือ เจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) ทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมออกเคลื่อนไหวคัดค้านทันที เพราะไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุ และมองว่าการถอดถอนไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งมีการล่ารายชื่อหนึ่งแสนคนถวายฎีกาต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อขอความเป็นธรรม และยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ต่อมา มีกระแสคัดค้านจากพุทธศาสนิกชนและมีพระสังฆาธิการเริ่มทยอยลาออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมติการถอดถอนที่ไม่ทราบสาเหตุ และการตั้งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่ข้ามห้วยมาจาก จ.หนองคาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม เหตุจากการถอดถอน พระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม ออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และคำสั่งแต่งตั้ง พระครูสุทธิญาณโสภณ หรือพระอาจารย์เล็ก จากเจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่นั้น ยังคงมีกระแสการคัดค้านจากประชาชนและพระสงฆ์ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ อย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้มีการลงชื่อคัดค้าน 1 แสนรายไปแล้ว กระทั่งมีประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย และ อ.ยางตลาด นำป้ายมาปักไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อร่วมกันปกป้องคนดี ไม่รับมติการถอดถอน และไม่ต้อนรับพระเล็กมาเป็นเจ้าคณะจังหวัด

ล่าสุด กระแสการคัดค้านส่อบานปลาย เนื่องจากชาวบ้านใน ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้นำป้ายที่เขียนข้อความ “รวมพลังสามัคคี ปกป้องคนดีศรีกาฬสินธุ์ เราไม่ต้อนรับพระเล็ก” มาปักไว้ริมถนนสายยางตลาด จ.กาฬสินธุ์-อ.โพนทอง อ.ร้อยเอ็ด หรือถนนสายอินโดจีน ซึ่งเริ่มต้นจาก จ.ขอนแก่น เชื่อมถึง จ.มุกดาหาร เพื่อคัดค้านมติของ มส.และ พศ.ที่ถอดถอดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างไม่เป็นธรรม ไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุ และแสดงจุดยืนไม่ต้อนรับพระครูสุทธิญาณโสภณ ซึ่งจากเดิมเป็นเจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย ที่ถูกแต่งตั้งข้ามห้วยมาเป็นเจ้าคณะ จ.กาฬสินธุ์ (ธรรมยุต)

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการนำป้ายมาปักตรงนี้เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับรู้รับทราบโดยทั่วกันว่าศิษยานุศิษย์เจ้าคุณบัวศรีไม่มีใครต้องการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ใหม่ที่มาจาก อ.สังคม จ.หนองคาย

นายณรงค์ ศรีสุมาตร อายุ 63 ปี ชาว อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า วันแรกที่ทราบข่าวมติ มส.ถอดถอนเจ้าคุณบัวศรีพ้นจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รู้สึกเสียใจและนอนน้ำตาไหล นอกจากนี้ จากการพูดคุยของชาวบ้านในชุมชนและหลายหมู่บ้านยังทราบว่าประชาชนชาวพุทธหลายพื้นที่ และใน ต.โนนศิลาเลิง ต่างมีความรู้สึกเดียวกัน ต่างเลื่อมใสศรัทธาเจ้าคุณบัวศรี จึงมีหัวอกเดียวกัน มีความรู้สึกเหมือนกัน คือเสียใจกับมติของ มส. และรู้สึกเสียดายเจ้าคุณบัวศรีที่เป็นเสาหลักของศิษยานุศิษย์

นายณรงค์กล่าวอีกว่า ในส่วนที่พระพระสังฆาธิการระดับอำเภอและระดับตำบลลาออกเกือบจะทั้งจังหวัด เนื่องจากไม่ยอมรับคำมติดังกล่าว ขณะที่ในส่วนของญาติโยมชาวพุทธทั้งหลาย เท่าที่ทราบไม่มีใครยอมรับพระเล็กเช่นกัน ดังนั้น หากพระเล็กจะเดินทางมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่เชื่อว่าจะสร้างความแตกแยกในคณะสงฆ์อย่างแน่นอน และจะทำให้ศรัทธาของชาวพุทธเสื่อมถอยลงไปมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ดังกล่าวจะมีใครมาแทนที่เจ้าคุณบัวศรีไม่ได้ เพราะท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยศรัทธาจริงๆ เป็นที่นับถือศรัทธาของศิษยานุศิษย์มาหลายสิบปี โดยเฉพาะท่านยังอยู่ ยังเป็นศูนย์รวมใจชาวพุทธกาฬสินธุ์ พวกเราจึงมั่นคงต่อท่าน จะให้ไปศรัทธาเจ้าคณะจังหวัดองค์อื่นที่มาจากต่างอำเภอ ต่างจังหวัดคงทำไม่ได้

“ถึงขณะนี้เกือบ 1 เดือนที่เกิดเรื่องดังกล่าว ความรู้สึกเสียใจยังมีอยู่ นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสต่อต้านที่จะไม่เอาพระเล็กขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกคนอยากให้คืนตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ให้กับเจ้าคุณบัวศรี เนื่องจากทำใจยอมรับพระเล็กที่จะมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดคนใหม่ไม่ได้ เพราะไม่รู้จัก ไม่รู้มาตามขั้นตอนที่ถูกต้องที่เคยปฏิบัติในระเบียบการปกครองคณะสงฆ์หรือไม่ จึงไม่มีความศรัทธา ถ้ามาอยู่ก็คงจะเกิดความแตกแยกในหมู่สงฆ์ และศรัทธาต่อศาสนาคงเสื่อมถอยแน่นอน” นายณรงค์กล่าว

สำหรับพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ 13 รูป และเจ้าคณะตำบล 41 รูป ในพื้นที่ 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ มีรายงานว่า ล่าสุดได้ยื่นใบลาออกแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือคาดว่าไม่น่าจะเกินสิ้นเดือนตุลาคมนี้จะยื่นเรื่องลาออกทั้งจังหวัด ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับมติถอดถอนพระเทพสารเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และไม่ยอมรับการแต่งตั้งเจ้าคณะองค์ใหม่นั้น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการสงฆ์ของประเทศไทย

ขณะที่นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีหนังสือบันทึกข้อความจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2564 เรื่อง รายงานความเคลื่อนไหวของศิษยานุศิษย์ กรณีมหาเถรสมาคมมีมติปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยอ้างว่าคณะสงฆ์ (ธรรมยุต) ได้ยุติความเคลื่อนไหว แต่ยังคงมีศิษยานุศิษย์ที่เป็นฝ่ายการเมือง 7 คน เคลื่อนไหวทำการล่ารายชื่อ 1 แสน รายชื่อเพื่อทูลเกล้าฯถวายฎีกา โดยมีชื่อของตนเป็น 1 ใน 7 คนของหนังสือนั้น เรื่องดังกล่าวเห็นว่า ผอ.สำนักพุทธจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แม้หัวเรื่องที่อ้างว่ามีมติจากมหาเถรสมาคมว่าปลดเจ้าคณะจังหวัด ที่จริงแล้วมหาเถรสมาคมเพียงแต่รับทราบจากเอกสารที่ส่งเข้าที่ประชุมแต่เพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการลงมติแต่อย่างใด ซึ่งจะถือว่ามีการสอดไส้เพื่อถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดได้หรือไม่ รวมถึงจะมีผู้บงการสำนักพุทธจากมือที่มองไม่เห็นหรือไม่

นายนิยมกล่าวว่า ที่อ้างว่ามีคณะสงฆ์ได้ยุติแล้ว แต่ในความเป็นจริง มีพระสังฆาธิการได้ลาออกจากเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เป็นรายวันเกือบทั้งจังหวัดแล้ว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ทั้งลงชื่อ และติดป้ายทั่วเมือง แสดงออกถึงการคัดค้านไม่เห็นด้วยไม่ยอมรับการถอนถอน และไม่ต้อนรับพระเล็กเจ้าคณะรูปใหม่ อย่างนี้จะบอกว่ายุติได้อย่างไร สิ่งนี้เป็นเรื่องที่สำนักพุทธต้องออกมาชี้แจงในความไม่ชอบธรรม

นายนิยมกล่าวต่อไปว่า เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 3 พ.ย. จะนำเรื่องถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัด ไปตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรี และขอสภาตั้งญัตติเพื่อศึกษาพิจารณาว่าการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัดดังกล่าวว่าใช้อำนาจดำเนินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งมีประชาชนคัดค้านโต้แย้งกันอย่างกว้างขวาง สำหรับพระเล็กหากท่านจะมีทิฐิน้อยลงมาหน่อย ทำเพื่อพระพุทธศาสนา ท่านจะสละลาออกจากตำแหน่งก็จะเป็นการดี ซึ่งสังคมสงฆ์กาฬสินธุ์และประชาชนก็จะไม่แตกแยก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon