ทุกพรรคเครียด งัด “อาวุธลับ” สู้ถึงแต้มสุดท้าย

อย่างที่ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนาบอกกับ “มติชน” ถึงการวางหมากของพรรคการเมือง

ในช่วงได้-เสีย วันเลือกตั้งขยับใกล้เข้ามาว่า

ทุกพรรคต้องเตรียมฉายภาพที่ชัดเจนของนโยบาย เป็น Final Touch ต้องโชว์จุดขายของพรรคออกมาเรียกว่า เป็นรายการทิ้งโค้งก็ว่าได้

การเลือกตั้งเดินทางมาถึงจุดที่ว่าแล้ว โดยมีการเดินสายเก็บคะแนนทุกเม็ดทุกพื้นที่เป็นยุทธวิธีพื้นฐาน อย่างพรรคชาติพัฒนาที่มีฐานใหญ่อยู่โคราช ต้องสยายปีกเดินสายถึงเมืองหลวง

เมื่อวันเสาร์ไปบุกย่านสำเพ็ง โชว์แนวทาง No Problem เพื่อดึงคะแนนซึ่งมีความหมายทุกแต้ม ที่เห็นๆ คือแปรเป็นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ได้

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ พลิกเกมครั้งใหญ่ โดยออกข่าว วางคิวให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเวทีหาเสียง โชว์ลีลาการพูดที่ถึงลูกถึงคน

หลังจากหารือ กกต.แล้ว ได้ไฟเขียวโร่ว่าทำได้หมด แต่ต้องไม่เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองใด

ฟังดูปฏิบัติยากอยู่พอสมควร แต่ตีความแค่ว่ากฎหมายไม่ห้ามก็พอ

บิ๊กตู่จะประเดิมที่โคราชบ้านเกิด ก่อนเดินสาย 4 ภาค ทิ้งหมัดหนักๆ แล้วมาปิดซีรีส์ที่สวนลุมฯ ในวันที่ 22 มี.ค.

บิ๊กตู่จะยอมขึ้นเวทีหรือไม่ ต้องรอลุ้นกันไป แต่ถ้าขึ้น คงจะต้องเตรียมเนื้อหาสาระกันพอสมควร ว่าจะบอกกล่าวอะไรกับพี่น้องประชาชน

เพื่อสร้างภาพเชิงบวก เรียกความประทับใจให้กับผู้ใช้สิทธิ ก่อนจะเข้าคูหากาบัตรกันในวันที่ 24 มี.ค.

หรืออย่างที่มีข่าวสะพัดว่า รองฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ตอนนี้อยู่โยงเฝ้าทำเนียบ อาจจะลงมาลุยช่วยน้องๆ อีกคน

แต่งานประจำก็ยังรุมเร้า ถ้าปล่อยเป็นช่องว่างในเวลา 2-3 เดือน อาจจะมีปัญหา เพราะกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ก็เดือนมิ.ย.

ในภาพรวมนั่นคือ การเร่งสปีด ระดมสรรพกำลังของ พปชร. เรียกว่าปัจจัยใดๆ ที่ให้คุณ เอามาใช้หมด ผสมผสานไปกับการออกนโยบายช่วยเหลือต่างๆ

อย่างเช่นการเพิ่มเงินบำนาญให้กับ ขรก.เกษียณที่รับอยู่ไม่ถึงหมื่น หรือผู้รับบำเหน็จที่อายุเกิน 70 ปี

ส่วนพรรคอื่นๆ ก็จะเห็นภาพการเดินสายอย่างเหน็ดเหนื่อยไม่ได้

อย่างการบุกภาคใต้ของอนาคตใหม่ เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และนายกฯในบัญชีพรรค นำทีมลุยเอง

พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมนั่งนิ่งๆ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำทีมลุยตลาดกิมหยง และพื้นที่ต่างๆ ของหาดใหญ่ จ.สงขลา

ส่วนเพื่อไทย เสาร์อาทิตย์นี้ไปคุมฐานเดิมที่ภาคเหนือ มีแฟนคลับต้อนรับอย่างแน่นเหนียว

แต่ก็เป็นฐานที่ละเอียดอ่อน หลังจากที่กระแสข่าวเรื่อง บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ผู้ใกล้ชิดแกนนำพรรค ต้องไปติดคุกในคดีจำนำข้าว แล้วแกนนำพรรคบางคนละเลยไม่ดูแลลูกชายเท่าที่ควร

ก่อนจะมีกระแสต่างๆ ติดตามมา ส่วนลูกชายไปลง พปชร.เรียบร้อย

ล่าสุดมีข่าวว่า ป.ป.ช.ตีตกคดีบุญทรงที่โยงจำนำข้าวไป 1 คดี

และสัปดาห์นี้ วันที่ 5 มี.ค.เป็นวันนักข่าว ในสภาพที่สื่อต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ อยู่ในห้วงปรับตัว ด้วยลมหายใจที่อ่อนล้าโรยรา บ้างเลือกเส้นทางขยับไปแจ้งเกิดใหม่เป็นออนไลน์

แต่ความเป็นมืออาชีพ กำหนดให้ต้องทำหน้าที่ในวาระสำคัญของบ้านเมืองอย่างเต็มที่

โดยจะมีกรณี “อรวรรณ ชูดี” ผู้ดำเนินรายการ “เลือกตั้ง 62” ทางโมเดิร์นไนน์ที่มีข่าวว่าถูกบอร์ดปลด เป็นหัวข้อสำคัญ

ล่าสุด เขมทัตต์ พลเดช ผอ.อสมท ยืนยันแล้วว่าไม่มีการปลด น่าจะเป็นเรื่องข่าวคลาดเคลื่อน

การทำหน้าที่ของสื่อในระยะนี้ เต็มไปด้วยความล่อแหลม เพราะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็มีสิทธิพังได้ทั้งนั้น

บางช่องไม่เอาใจผู้มีอำนาจ ก็ปัญหาหนึ่ง จัดหนักเอาใจมากไป กระแสสังคม กระแสโซเชียลมีเดีย ไม่ละเว้นให้ จะแสดงปฏิกิริยาทันที

เป็นภาพสะท้อนว่า ผู้มีอำนาจตัวจริงคือประชาชนผู้ชมนั่นเอง

และหลังจากวันที่ 5 มี.ค. จะเป็นคิวของพรรคไทยรักษาชาติ ต้องไปลุ้นคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะพิจารณาคดีเป็นปรปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย มีโทษถึงยุบพรรค และกรรมการบริหารอาจต้องเว้นวรรค

คดีนี้ศาลรัฐธรรรมนูญแจ้งแล้วว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงไม่ทำการไต่สวนตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 7 มี.ค. เวลา 13.30 น.

และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันเดียวกันเวลา 15.00 น.

จะออกหัวหรือก้อย จะได้ “โลดแล่นต่อ” หรือต้อง “ยุติ” เส้นทางเลือกตั้ง และหรืออื่นใด ต้องไปรอฟังกัน

เป็นสีสันอันเข้มข้นในโค้งสุดท้ายที่อันตรายในทุกสปีดความเร็ว ของเลือกตั้ง 24 มี.ค.62

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้สมัคร ส.ส.อุดรฯ เขต 1 พรรคไทยศรีวิไลย์ เสียชีวิตขณะลงพื้นที่หาเสียง
บทความถัดไปสกศ. เปิดเวทีเยาวชนโชว์ไอเดีย ‘พลเมืองรุ่นใหม่มีวินัย รักถิ่นฐาน’