The Lion King หนังสำหรับแฟนๆ แอนิเมชั่นต้นฉบับ

The Lion King หนังสำหรับแฟนๆ แอนิเมชั่นต้นฉบับ

The Lion King หนังสำหรับแฟนๆ แอนิเมชั่นต้นฉบับ

ไม่ง่ายเลยที่จะหยิบแอนิเมชั่นชิ้นโบว์แดงระดับตำนาน ที่ทำเงินสูงสุดตลอด 25 ปี แบบที่ยังไม่มีแอนิเมชั่นเรื่องไหนล้มตำแหน่งนี้ได้อย่าง The Lion King กลับมารีเมกใหม่

แต่ จอห์น ฟาฟโรว์ (ที่คนดูคุ้นเคยกับบท แฮปปี้ โฮแกน คู่หูของโทนี สตาร์ค ใน Iron Man และเพิ่งสวมบทบาทกึ่งพี่เลี้ยงและผู้ดูแล ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ใน Spider-Man: Far From Home) ก็กลับมากำกับหนังไลฟ์แอคชั่นของดิสนีย์อีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จมากมายจากการกำกับ The Jungle Book

ฟาฟโรว์พูดถึงการสร้างหนังเรื่องนี้ว่า “เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เรียนรู้จาก The Jungle Book มาเล่าใหม่ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยคงภาพความทรงจำในอดีตของผู้ชม ทั้งเรื่องภาพ เสียงดนตรี และจิตวิญญาณ ให้คนดูได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ที่น่าประหลาดใจ ที่รวมตัวกันได้อย่างยอดเยี่ยม”

ความที่เป็นการ์ตูนตัวท็อปของดิสนีย์ หนังจึงสร้างตามแอนิเมชั่นต้นฉบับแทบจะฉากต่อฉาก ภาพจำจากแอนิเมชั่นปรากฏในหนัง ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องที่ผาทระนง พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้น โดยมีเหล่าสิงสาราสัตว์ยืนคอยต้อนรับสิงโตแรกเกิด ซิมบา ณ เบื้องล่าง พร้อมเพลง Circle of Life ที่ดังกระหึ่มอย่างทรงพลัง

ฉากซิมบาเดินตามพ่อ มูฟาซา และทาบเท้าบนรอยเท้าพ่อ ฉากสการ์อาตัวร้ายของซิมบาประชุมกับฝูงไฮยีนาเพื่อกำจัดมูฟาซา ฉากซิมบาหนีกระเซอะกระเซิงสลบกลางทะเลทรายจนเจอพุมบ้าและทีโมน ฯลฯ

ความเคารพต้นฉบับของผู้สร้าง ทำให้นักวิจารณ์ต่างประเทศไม่ชอบในแง่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แม้งานวิชวลเอฟเฟกต์จะสวยงามและสมจริง แต่สัตว์ในเรื่องแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าและแววตาไม่ได้ เพราะสัตว์ไม่มีการแสดงอารมณ์แบบนี้ หนังจึงถูกสับเละว่า เหมือนหนังสารคดีสัตว์ที่สัตว์ทำปากพะงาบๆ ให้ใส่เสียงพากย์และเพลงประกอบลงไป

เป็นความต่างจิตต่างใจที่คนดูน่าจะต้องเข้าไปตัดสินเอง ว่าจะดู The Lion King เพื่อหาความแปลกใหม่ หรือไปเสพงานภาพที่สมบูรณ์แบบ สวยสมจริง ที่ตัวละครที่เราเคยรัก มีชีวิตขึ้นมาโลดแล่นในทุ่งสะวันนา ที่ทีมสร้างไปถ่ายฟุตเทจที่แอฟริกา ภาพที่เติมเต็มจินตนาการและความประทับใจของคนดูที่เคยดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว

แม้ตัวละครต่างๆ ในเรื่องจะแสดงออกทางสีหน้าไม่ได้ แต่ผู้กำกับก็ใช้อากัปกริยาและท่าทางสื่อแทน ซิมบา (ซีจี) ในวัยเด็กเป็นลูกสิงโตตัวน้อยที่น่ารัก พุมบ้ากับทีโมน ก็เป็นหมูป่าและเมียร์แคทที่มีสีสัน ออกมาทีไรคนดูต้องอมยิ้ม

ส่วนเพลง Hakuna Matata ที่ผู้ให้เสียง เซธ โรแกน (พุมบ้า) และ บิลลี่ ไอช์เนอร์ (ทีโมน) ขับร้อง ก็ยังคงสนุกสนาน มีชีวิตชีวา ชวนให้ปลดปล่อยความกังวลออกไป

สการ์ในเวอร์ชั่นการ์ตูนเจ้าเล่ห์ ท่าทางเป็นตัวร้ายที่เว่อร์มาก ภาคนี้แสดงสีหน้าชัดเจนอย่างในแอนิเมชั่นไม่ได้ แต่ซีจีสิงโตสการ์ก็มีรูปลักษณ์และท่าทางส่อถึงความชั่วร้าย เมื่อประกอบกับสมุนฝูงไฮยีน่าที่ฉบับการ์ตูนดูกวนๆ แต่เวอร์ชั่นนี้หน้าตาน่าเกลียด น่ากลัว ก็ทำให้สการ์กลายเป็นวายร้ายที่โหดและน่ารังเกียจสมบทบาท

เพลงในเวอร์ชั่นนี้ยังคงได้ ฮันส์ ซิมเมอร์ เอลตัน จอห์น และ ทิม ไรซ์ กลับมาทำดนตรีประกอบ และเรียบเรียงเพลงให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น

แถมมีนักร้องหญิงเจ้าของ 23 รางวัลแกรมมี่ บียอนเซ่ มาพากย์เสียง นาลา (คู่รักของซิมบา) และร้องเพลงที่ติดตรึงใจ Can You Feel the Love Tonight ร่วมกับ โดนัลด์ โกลเวอร์ (นักร้อง-นักแสดงผิวสีที่หลายคนติดใจความยียวนของเขาจากบทเจ้าของยานมิลเลนเนียมฟัลคอนคนแรก ใน Solo: A Star Wars Story) ที่มาให้เสียงซิมบาในวัยหนุ่ม

เวอร์ชั่นนี้คนดูยังได้กำไรจากเพลงเดี่ยวใหม่ไพเราะที่บียอนเซ่ขับร้อง ชื่อ Spirit ที่ประกอบฉากการเดินทางกลับบ้านของซิมบาและนาลาอีกด้วย

The Lion King อาจเหมือนหนังสำหรับเด็กดูเพื่อความบันเทิง แต่แท้จริงมีสัจธรรมบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น การรักษาสมดุลชีวิตสัตว์นักล่าในป่า (ที่พ่อสอนซิมบา) การใช้ชีวิตแบบปล่อยวาง (ที่พุมบาและซีโมนร้องผ่านเสียงเพลง Hakuna Matata)

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวความเชื่อของชนเผ่าแอฟริกา เกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย ที่ตอนดู The Lion King (1994) ยังไม่สังเกต แต่พอมีหนัง Black Panther ซึ่งเป็นเรื่องชนเผ่าแอฟริกาเช่นกัน ทำให้เห็นสิ่งที่ทั้งดิสนีย์และมาร์เวลใส่เข้ามาอย่างสอดคล้องกันนั่นคือ ความเชื่อที่ว่า คนตาย ตายแล้วไม่ไปไหน จะอยู่ที่ใดที่หนึ่งคอยเฝ้าดูลูกหลานและให้คำแนะนำ

ใน The Lion King มีฉากที่มูฟาซาเล่าให้ซิมบาฟังว่า อดีตเจ้าป่าสิงโตที่ตายไป จะสถิตในดวงดาว คอยมองดูและให้คำแนะนำผู้เป็นราชันเจ้าป่า เหมือนกับตอนคิงทีชาล่าในหนัง Black Panther คุยกับพ่อที่ตายไปผ่านลานบรรพชนที่มีต้นไม้ใหญ่ และท้องฟ้ามีแสงเหนือแสงใต้

เป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ ที่ทำให้คนดูรุ่นใหม่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมชนเผ่า ผ่านหนังที่มองเผินๆ เหมือนหนังบันเทิงเกี่ยวกับสิงสาราสัตว์ธรรมดา

ไม่ว่านักวิจารณ์จะว่าอย่างไร ส่วนตัวมีความเห็นว่า The Lion King เป็นหนังที่คุ้มค่าต่อการดู และเราควรเข้าไปตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะชอบหรือไม่ชอบหนังรีเมกเรื่องนี้

บทความก่อนหน้านี้จ้างผมที! ‘อัลเวส’ ประกาศหาสโมสรใหม่ หลังหมดสัญญากับ ‘เปแอสเช’
บทความถัดไปใครบอกงบน้อย? บอร์ด ‘อาร์เซน่อล’ ยันมีงบเสริมทัพมากกว่า 40 ล้านปอนด์!